ดอยม่อนจอง
Slider
พัทลุง
เช็คอินประเทศไทย เที่ยวทั่วไทย โรงแรม-รีสอร์ท

ไปแล้วจะหลงรัก “พัทลุง” เมืองต้องห้ามพลาดพลัส

17 สิงหาคม 2017 (ยอดชม 6,712 views )

สวัสดีเธอ…
ทริปนี้เราจะพาไปลุยกิน เที่ยว นอน พัทลุง อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ได้ไปเส้นทางเดิมเหมือนครั้งก่อนๆเธอ เป็นอีกเส้นทางหนึ่งในมุมที่ต่างออกไป รับรองความไฉไลและรับว่าเธอจะต้องชอบ จะต้องรัก และอยากไปเที่ยวพัทลุงแน่นอน

พระมหาธาตุเจดีย์บางแก้ว วัดเขียนบางแก้ว หนึ่งในสี่พระธาตุแดนใต้

 

พระมหาธาตุเจดีย์บางแก้ว

 

จุดหมายแรกของทริปเราเริ่มต้นกันที่พระมหาธาตุเจดีย์บางแก้ว ซึ่งเป็นพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดพัทลุงมาตั้งแต่สมัยศรีวิชัย และเป็นโบราณสถานที่เก่าแก่มากที่สุดของจังหวัดพัทลุง สำหรับประวัติของวัดนี้มีตำนานเล่าว่า นางพญาเลือดขาว กับ พระยากุมาร ได้สร้างวัดจนเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 1492 และได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากเกาะลังกา มาบรรจุไว้ในพระบรมธาตุเจดีย์ในปี พ.ศ. 1493 นอกจากนี้ยังมีการค้นพบซากปรักหักพังของศิลาแดงและพระพุทธรูปเก่าแก่มากมายภายในวัด จึงมีการสันนิษฐานกันว่า บริเวณวัดเขียนบางแก้วอาจเคยเป็นที่ตั้งของเมืองพัทลุงมาก่อน

 

วัดเขียนบางแก้ว

 

 

วัดเขียนบางแก้ว

หลังองค์พระพุทธรูปเป็นปั้นนางพญาเลือดขาว กับ พระยากุมาร

 

ศาลาการเปรียญ  ตั้งอยู่หน้าธรรมศาลา  เป็นอาคารก่อสร้างก่อด้วยอิฐถือปูนแบบทรงโถงไม่มีฝาผนัง  หลังคามุงด้วยกระเบื้องดินเผา  สร้างทับวิหารเก่าเมื่อ พ.ศ. 2454-2455

 

วัดเขียนบางแก้ว

ศาลาการเปรียญ

 

ธรรมศาลา  ตั้งอยู่หน้าอุโบสถ  เป็นอาคารก่อด้วยอิฐถือปูน  เครื่องไม้  ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย  ฝีมือช่างพื้นเมือง  1  องค์  ได้รับการบูรณะใหม่ พ.ศ.2513

 

วัดเขียนบางแก้ว

ธรรมศาลา

 

วัดเขียนบางแก้ว

พระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยในธรรมศาลา

 

อุโบสถ  ตั้งอยู่ด้านหน้าพระมหาธาตุเจดีย์ขนานกับคลองบางแก้ว  เป็นอุโบสถสถานก่อด้วยอิฐถือปูนเครื่องไม้ พระอธิการพุ่มได้บูรณะใหญ่ครั้งหนึ่ง พ.ศ. 2452  ต่อมา พ.ศ. 2523  ได้บูรณะใหม่อีกครั้ง  ดัดแปลงเป็นอุโบสถก่ออิฐถือปูน  ภายในมีพระประธานปูนปั้นปางมารวิชัย  5  องค์  ด้านหลังอุโบสถกั้นเป็นห้องไหว้พระพุทธไสยาสน์ปูนปั้น  1 องค์  รอบอุโบสถมีใบพัทธเสมาจำหลักหินทรายแดงไม่มีลวดลายศิลปสมัยอยุธยาตอนต้น  จำนวน 8  ใบ

 

วัดเขียนบางแก้ว

อุโบสถ

 

วัดเขียนบางแก้ว

ใบพัทธเสมาจำหลักหินทรายแดงไม่มีลวดลายศิลปสมัยอยุธยารอบอุโบสถ

 

วัดเขียนบางแก้ว

พระประธานปูนปั้นปางมารวิชัย  5  องค์ในอุโบสถ

 

วัดเขียนบางแก้ว

พระพุทธไสยาสน์ปูนปั้น ซึ่งอยู่ในห้องด้านหลังอุโบสถ

 

พระบรมธาตุเจดีย์บางแก้ว ตั้งอยู่หลังอุโบสถเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูน  มีขนาดสูง 22 เมตร รอบฐานยาว 16.650 เมตร  ตามเพลานางเลือดขาวระบุว่าพระยากรุงทองเจ้าเมืองสทิงพาราณสีเป็นผู้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1542  แบบศิลปศรีวิชัย  แต่ต่อมาเจดีย์พระมหาธาตุได้ชำรุดทรุดโทรมจึงมีการบูรณะใหม่หลายครั้ง  จนกลายเป็นแบบลังกาหรือแบบมหาธาตุเมืองนครศรีธรรมราช  แต่ก็ยังมีเค้าของเดิมอยู่บ้าง  เช่น  ฐานพระเจดีย์ 8 เหลี่ยม  อิทธิพลศิลปปาละของอินเดีย  ซุ้มพระพุทธรูป 3 ซุ้ม  แบบอิทธิพลศิลปชวาทรงระฆังคว่ำ  มีบัลลังก์และปล้องไฉนยอดมหาธาตุหุ้มด้วยทองคำหนัก 97 บาท 2 สลึง  แต่ถูกโจรกรรมไปเมื่อวันที่  7  กรกฎาคม  2521 ปัจจุบันคณะพุทธบริษัทชาวจังหวัดพัทลุง  และผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมกันบริจาคจัดทำขึ้นใหม่แล้ว  ระหว่างซุ้มพระมีหัวช้างปูนปั้นโผล่ออกมา 3 หัว  ด้านตะวันออกมีบันไดขึ้นสู่ฐานทักษิณาเหนือบันไดทำเป็นซุ้มยอดอย่างจีน รอบฐานมีเจดีย์ทิศ 4 องค์  แบบศิลปศรีวิชัย  แต่บางองค์ถูกซ่อมแซมเปลี่ยนแปลงเป็นแบบศิลปสมัยรัตนโกสินทร์ พระมหาธาตุเจดีย์มีงานสมโภชทุกปีตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ – วันแรม 1 ค่ำ  เดือน 6

 

พระมหาธาตุเจดีย์บางแก้ว

พระบรมธาตุเจดีย์บางแก้ว

 

วัดเขียนบางแก้ว

 

นอกจากนี้ ภายในวัดยังมี พิพิธภัณฑ์ของชาติวัดเขียนบางแก้ว  ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศเหนือของพระมหาธาตุเจดีย์  จัดแสดงศิลปโบราณวัตถุที่ค้นพบบริเวณโคกเมืองและบริเวณใกล้เคียง  เช่น  ถ้วยชามจีนสมัยราชวงศ์ซุ่ง  ราชวงศ์เหม็ง  ราชวงศ์เซ็ง  สังคโลกสมัยสุโขทัย  พระพุทธรูปสมัยต่างๆ  ตลอดจนเครื่องมือเครื่องใช้พื้นเมืองเป็นจำนวนมาก น่าเสียดายที่เราไม่ได้เข้าไปชมเธอ ไม่ได้เข้าชมไม่พอ ยังไม่ได้ถ่ายรูปอาคารพิพิธภัณฑ์มาให้ดูด้วย กราบขออภัยงามๆ เธอ

 

ก๋วยเตี๋ยวเรือเป่าปาก สาขาเขาชัยสน อร่อยจนต้องบอกต่อ

หลังจากไหว้พระขอพรที่วัดเขียนบางแก้วแล้วเราก็ออกเดินทางไปยังจุดหมายต่อไปคือ บ่อน้ำร้อน ธารน้ำเย็นเขาชัยสน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญที่ห้ามพลาดของอำเภอเขาชัยสนเธอ ระหว่างทางก่อนถึงเรามองเห็นร้านก๋วยเตี๋ยวเรือเป่าปาก สาขาเขาชัยสน เห็นชื่อเก๋ดี ไม่เคยได้ยินมาก่อน เลยบอกให้เพื่อนจอดรถ เพื่อนก็เหยียบเบรคแทบล้อไหม้ รสชาติอร่อยเธอ ได้เยอะด้วย ถ้วยเดียวอิ่ม ไม่เสียแรงที่แวะ พิกัดร้านก็อยู่ตรงข้ามธนาคาร ธกส อะเธอ

 

ก๋วยเตี๋ยวเรือเป่าปาก สาขาเขาชัยสน

 

 

ก๋วยเตี๋ยวเรือเป่าปาก สาขาเขาชัยสน

เสิร์ฟในถ้วยกะลามะพร้าว เก๋ได้อีก

 

ก๋วยเตี๋ยวเรือเป่าปาก สาขาเขาชัยสน

ทานคู่กับชานมเย็น อร่อยได้อีกอะเธอ อันนี้ไม่ได้เวอร์นะ ใครผ่านห้ามพลาดเด็ดขาดเธอ

 

พิชิตน้ำตกหนานสูง ชีวิต การงาน และความเป็นอยู่จะได้สูงส่ง

พุงกางจากก๋วยเตี๋ยวเป่าปากชามโต เราก็ไปต่อที่บ่อน้ำร้อน ธารน้ำเย็นเขาชัยสน แต่พอถึงทางแยกเข้าไปเราก็เกิดการเปลี่ยนใจกระทันหัน จริงๆมันเป็นไฮไลท์ที่ห้ามพลาดนะเธอ แต่…แต่ว่า…ครั้งนี้เราขอพลาดหละกัน เพราะเวลามีน้อยกลัวจะไปปีนน้ำตกหนานสูงไม่ทัน เลยให้เพื่อนเร่งสปีดมุ่งหน้าสู่น้ำตกหนานสูงโดยด่วน ถึงน้ำตกหนานสูงก็ราวๆ 15.00 น. แลดูใกล้จะมืดหละ รีบโทรหาพี่สมพงษ์ไกด์ที่จะพาเราขึ้นไปเที่ยวน้ำตกหนานสูงทันที เราไม่สามารถขึ้นไปเที่ยวเพียงลำพังได้นะเธอ เพราะว่าไม่มีเส้นทางหลักให้เดินขึ้น ต้องบุกป่าฝ่าดงขึ้นไป ถ้าไปเองอาจจะหลง อาจจะตกเหว ตกหน้าผาได้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้คนในพื้นที่นำทาง พอดีเราได้เบอร์พี่สมพงษ์จากเน็ตและที่สำคัญแกเป็นไกด์ที่ผ่านการอบรมมาแล้ว เราจึงใช้บริการพี่เขา  ( เบอร์ติดต่อพี่สมพงษ์อยู่ส่วนท้ายรีวิวนะเธอ  )

น้ำตกหนานสูง เป็นน้ำตกที่นับได้ว่ายังมีสภาพอุดมสมบูรณ์ของพรรณไม้นานาชนิด เนื่องจากเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปสัมผัสได้ไม่นาน  มีความดิบ มีความเถือน มีความแอดเวนเจอร์ มีน้ำไหลตลอดปี ลดหลั่นลงมาตามโขดหินสูง นับสิบชั้น แต่ที่สวยงามคือหนานสูงที่มีน้ำไหลลงมาจากโขดหินสูง เป็นทางยาว นอกจากนั้นยังมีหนานสิ้นปลา และหนานหรูด ซึ่งสามารถเล่นสไลด์ตามความลาดของแผ่นหินได้อย่างสนุกสนานและปลอดภัย คนในพื้นที่เล่าว่าใครที่ได้ไปพิชิตยอดน้ำตกหนานสูง ชีวิต การงาน และความเป็นอยู่ของคนคนนั้นจะสูงส่ง  เพราะฉะนั้นถ้ามีโอกาสได้ไป อย่าลืมไปให้ถึงจุดสุดยอดของน้ำตกหนานสูงนะเธอ

หลังจากเจอกันกับพี่สมพงษ์แกก็ขับแมงกะไซค์นำหน้าให้เราขับรถตาม เพื่อไปยังจุดเดินเท้าซึ่งอยู่ที่กระต๊อบเถียงนาของพี่สมพงษ์นั้นเอง ระหว่างทางก็จะผ่านป่ายาง ข้ามคลอง ขึ้นเนินบ้าง ทางไม่ค่อยดีต้องขับอย่างระวัง เราไม่แน่ใจว่าถ้าฝนตกถนนเละ รถจะขับเข้าไปได้ไหม ถ้าใครจะไปก็โทรสอบถามรายละเอียดก่อนหละกัน

ใช้เวลาประมาณหนึ่งก็ถึงเถียงนาพี่สมพงษ์ พี่แกก็เล่าเกี่ยวกับเส้นทางที่จะขึ้นไปให้ฟัง ทันทีที่เพื่อนได้ฟัง ด้วยน้ำหนักฮีร้อยอัพ ฮีเลยขอบายในการพิชิตยอดน้ำตกหนานสูงในครั้งนี้ มีเพียงเรากับพี่สมพงษ์ 2 คนที่ไปด้วยกัน ไม่รอช้าเธอเวลามีน้อย พี่สมพงษ์ก็พาเราจ้ำก้าวจ้ำเร่งฝีเท้าสุดๆ แทบไม่หยุดพักกันเลยทั้งเหงื่อ ทั้งหอบ  ขอบอกโหดมาก เส้นทางเดินจะมีให้เดินแค่ 50 เมตรแรกเท่านั้น จากนั้นก็ไปตามที่พี่สมพงษ์พาไป

 

น้ำตกหนานสูง พัทลุง

เถียงนาน้อยพี่สมพงษ์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มเดินเท้าพิชิตยอดน้ำตกหนานสูง

 

น้ำตกหนานสูง พัทลุง

แค่ที่เถียงนาพี่สมพงษ์ก็สวยงาม ร่มรื่น เย็นสบาย ชวนให้ไม่อยากไปต่อแล้วเธอ

 

ผ่านความยากลำบากมาประมาณ 1 ชั่วโมงเราก็มาถึงจุดนี้จำไม่ได้ว่าเรียกว่าอะไร แต่ไม่ใช่จุดสุดยอดของน้ำตกหนานสูง อย่างที่บอกเวลาน้อยไปไม่ถึงจุดสุดยอดเธอ ถึงแค่ชั้นนี้แหละ พักกาย หายใจรัวๆ พอมีแรงก็รีบๆกดชัตเตอร์กลัวกลับลงไปไม่ทัน

 

น้ำตกหนานสูง พัทลุง

ชั้นที่สูงที่สุดที่เราไปถึง แต่ไม่ใช่ชั้นสูงสุดของน้ำตกหนานสูง

 

น้ำตกหนานสูง พัทลุง

เดินลงมาอีกนิ๊ดดด…ก็จะเจอชั้นนี้ น่าลงไปแช๋ให้หายเหนื่อยจริงๆ เธอ

 

น้ำตกหนานสูง พัทลุง

ชั้นไหนชื่ออะไร เราไม่มีข้อมูลนะเธอ ไม่มีป้ายบอกด้วย เอาเป็นว่าดูภาพไปก่อนนะเธอ

 

น้ำตกหนานสูง พัทลุง

 

 

น้ำตกหนานสูง พัทลุง

 

 

น้ำตกหนานสูง พัทลุง

จุดแตกหักที่ความอยากชนะใจ เลยต้องกระโดดตู้มมมม…

 

น้ำตกหนานสูง พัทลุง

ขอบอกว่าสวยมากกก…สวยทุกชั้นเลยเธอ

 

น้ำตกหนานสูง พัทลุง

เป็นอีกหนึ่งจุดที่สวยมาก ถ้าเราเอาตัวเราไปอยู่ใต้น้ำตกนี้จะฟินแค่ไหน ว่าไหมเธอ

 

น้ำตกหนานสูง พัทลุง

 

ริมผา โฮมสเตย์ พี่พักหลักร้อย วิว + บรรยากาศหลักล้าน

กว่าจะลงมาถึงเถียงนาพี่สมพงษ์ก็ปาเข้าไป 18.30 น. หละเธอ เพื่อนที่รออยู่กลัวจนตัวสั่น เพราะไม่มีใครสักคนเดินผ่านมาเลย เปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกเสร็จก็รีบกลับออกมาทันที นึกได้ว่ายังไม่มีที่พักด้วยสำหรับคืนนี้ เพราะไม่ได้จองกัน ขับรถมาถึงสะพานข้ามคลองมองเห็นบ้านสองสามหลังที่สร้างเสร็จ และมีบางหลังที่ยังสร้างไม่เสร็จดูๆแล้วน่าจะเป็นที่พัก เลยถามพี่สมพงษ์ พี่สมพงษ์ก็ตอบว่าใช่ พร้อมกับพาเราเข้าไปติดต่อ สรุปว่าเราหลับนอนที่นี่ ซึ่งมีชื่อว่า ริมผา โฮมสเตย์  เพียงคืนละ 800 บาทเท่านั้น มื้อเช้ามี ชา กาแฟ โอวัลติน และขนม นม เนยให้กินด้วย  แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่มื้อเย็นจะออกไปกินที่ไหน? มืดแล้วด้วย เลยถามเจ้าของที่พัก เขาก็แนะนำร้านเด็ดร้านดังของที่นี่ แต่ต้องขับรถออกไปไกล แลดูไม่สะดวกเพราะมืดแล้ว แกก็เลยบอกจะทำมื้อเย็นเผือเราด้วย โชคดีของเรา

อาบน้ำ แต่งตัวเสร็จทั้งสองคน พี่เขาก็เอามื้อเย็นมาเสิร์ฟมีเมนู ฉู่ฉี่ปลาทู  และก็กุ้งแม่น้ำต้มกะทิ ขอบอกว่ารสเด็ดมากกก… ถึงพริกถึงขิงถึงรสต้นตำหรับแกงใต้ คือไม่เคยกินที่ไหนอร่อยเท่าที่นี้มาก่อนเธอ อันนี้ไม่ได้โม้นะ ซัดข้าวไปสองจานพูน อิ่มท้องแต่ปากยังอยากกินต่อ 55555++ ใครจะไปพักที่นี่ เราแนะนำให้ผูกมื้อเย็นไว้กับพี่เขาเลย เพื่อความสะดวกสบาย และเพื่อความอร่อยเด็ดแบบสุดๆ

ริมผา โฮมสเตย์ ด้านหน้าที่พักจะมีคลองไหลผ่าน น้ำใส ไหลเย็น เห็นตัวปลา สามารถลงเล่นได้ ถัดออกไปเป็นทิวเขาสูงตระหง่านอยู่ตรงหน้า ด้านหลังเป็นสวนยาง เดินทางเพียงไม่กี่นาทีก็ถึงจุดเดินเท้าขึ้นชมน้ำตกหนานสูง แถมใกล้ๆกันมีจุดขึ้นไปชมทะเลหมอกและดวงอาทิตย์ขึ้นอย่างสวยงามด้วย

 

ริมผา โฮมสเตย์

บ้านหลังที่เราพัก บรรยากาศตอนเช้าของอีกวัน

 

ริมผา โฮมสเตย์

บรรยากาศยามเย็น เงียบสงบมากกกกก…

 

ริมผา โฮมสเตย์

ด้านหน้ามีสวยหย่อมเล็กๆ เก๋ๆ ไว้ให้แขกที่เข้าพักถ่ายภาพความประทับใจด้วย

 

ริมผา โฮมสเตย์

ห้องกว้างๆ แอร์ ทีวี ครบ

 

ริมผา โฮมสเตย์

เครื่องทำน้ำอุ่นก็มีนะเธอ

 

ที่นี่…สถานีกงหรา จุดนัดพบของคนชอบเซลฟี่

รุ่งเช้าของอีกวัน จริงๆตามที่เราคุยกับเพื่อนเมื่อคืน เราตกลงกันว่าจะขึ้นไปชมดวงอาทิตย์ขึ้นที่จุดชมวิวข้างๆที่พัก แต่พอรุ่งเช้าเรากลับเลือกที่จะไปสถานีกงหรา เพราะการจะไปชมนาข้าว ช่วงเวลาที่นาข้าวสวย บรรกาศดีๆ ต้องเป็นช่วงเช้าๆ หรือไม่ก็ช่วงเย็นๆพระอาทิตย์ตก นอกเหนือเวลานั้นจะร้อนไม่น่าเที่ยว เรากับเพื่อนเลยตัดสินใจไปที่สถานีกงหรา

สถานีกงหรา จริงๆเราก็ไม่เคยรู้มาก่อนหรอกเธอ ว่ามันคืออะไร มีที่มายังไง รู้แค่ว่ามันเป็นทุ่งนาสวยๆ มีทิวเขาเป็นฉากหลัง เห็นภาพในเน็ตแล้วอยากไปเที่ยว อยากไปเก็บภาพ ที่สำคัญไม่ไกลด้วย เลยตัดสินใจไปกัน หลังจากสอบถามคนในพื้นที่ถึงรู้ที่มาที่ไปว่า จริงๆแล้วที่สถานีกงหราเดิมเป็นที่ตั้งของอำเภอกงหรา ก่อนจะย้ายไปที่ตั้งปัจจุบัน ส่วนคำว่าสถานี ก็ไม่ได้มีความหมายอะไรมากมาย เพียงแค่อยากให้เป็นจุดสนใจ จุดที่ใครๆก็อยากไปเที่ยว ได้ไปเซลฟี่ ได้ไปเช็คอิน ประมาณนี้เธอ

 

สถานีกงหรา

ข้าวบางแปลงก็เหลืองแล้ว บางแปลงยังไม่ออกรวง เห็นแล้วนึกถึงบ้านอะเธอ

 

สถานีกงหรา

มีสะพานไม้เก๋ๆ ทอดยาวไปในทุ่งนาด้วยเธอ มันเมาะหมากที่จะไปเซลฟี่กัน

 

สถานีกงหรา

ตื่นสาย ไปถึงดวงอาทิตย์ก็ขึ้นสูงแล้ว อดได้ไข่แดงสวยๆ

 

สถานีกงหรา

ที่ข้างๆว่างเยอะก็จริง แต่ไม่อยากให้ใครมานั่งด้วยนะ …เดี๋ยวมันหัก 55555++

 

สถานีกงหรา

 

 

สถานีกงหรา

สถานีกงหรา อยู่บ้านเกาะขัน นะเธอ

 

สถานีกงหรา

ถ้ามีนางแบบสวยๆ ใส่ชุดชาวนๆ วิ่งเล่นกลางทุ่งนา น่าจะวิ้งๆ ว้าวๆ ได้ภาพสวยๆ

 

สถานีกงหรา

 

 

สถานีกงหรา

ฉากหลังเป็นทิวเขาสวย ช่วงเย็นๆดวงอาทิตย์ตกน่าจะสวยกว่านี้ เสียดายเราไม่มีเวลากลับไปดู

 

น้ำตกมโนราห์ เสน่ห์ชวนให้หลงที่กงหรา

จากสถานีกงหรา เราก็กลับที่พัก ทานมื้อเช้า แล้วก็อาบน้ำแต่งตัวเช็คเอาท์ และเดินทางต่อไปที่น้ำตกมโนราห์ อีกหนึ่งน้ำตกที่มีชื่อเสียงของอำเภอกงหรา ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็ถึงที่หมาย ที่น้ำตกมโนราห์ มีร้านค้า ขายของกินเพียบ เราเลยจัดส้มตำ ไก่ย่างอีกรอบ ขอบอกว่าปลาร้าที่นี่เด็ดมาก ใส่เป็นตัวๆ โดนใจเราสุดๆ จัดไปสองครก แล้วก็เดินไปสำรวจน้ำตกกันต่อ

น้ำตกมโนราห์ เป็นน้ำตกขนาดกลางที่เหมาะเป็นอย่างยิ่งที่จะไปพักผ่อนและเล่นน้ำ เป็นน้ำตกมีน้ำใสสะอาดมีสีเขียวสายน้ำไหลแรงลงสู่ลำธาร ซึ่งประกอบไปด้วยโขดหิน เกาะแก่งเป็นระยะทางยาว บริเวณน้ำตกยังมีสะพานแขวนไว้คอยให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมกันอีกด้วย

 

น้ำตกมโนราห์

เราไปผิดเวลาเธอ คือเข้าใจว่าเป็นช่วงหน้าฝนของภาคใต้ ที่ไหนได้เป็นช่วงหน้าแล้งอะเธอ น้ำตกเลยไม่ค่อยจะเยอะ

 

น้ำตกมโนราห์

 

 

น้ำตกมโนราห์

อีกหนึ่งเสน่ห์ของน้ำตกคือก้อนหินที่มีรูปทรงสวยงาม น่าทึ่ง

 

วังเก่า – วังใหม่ โบราณสถานที่ควรค่าแก่การไปเยี่ยมชม

เราใช้เวลาที่น้ำตกมโนราห์เพียงสั้นๆ เพราะอยู่ๆฝนเทลงมา เราเลยโบกมือลาน้ำตกมโนราห์ เดินทางต่อไปที่ วังเก่า – วังใหม่ อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญที่มาพัทลุง แล้วต้องไปเยือน

วังเก่า – วังใหม่  เดิมเป็นวังเจ้าเมืองพัทลุง ตั้งอยู่ใกล้กับวัดวัง เป็นที่ว่าราชการและเป็นที่พักอาศัยของเจ้าเมืองพัทลุง ปัจจุบันยังเหลืออยู่ส่วนหนึ่งคือ วังเก่า สร้างในสมัยพระยาพัทลุง (น้อย จันทโรจวงศ์) เป็นผู้ว่าราชการ ต่อมาวังได้ตกทอดมาจนถึงนางประไพ มุตามะระ บุตรีของหลวงศรีวรฉัตร ส่วนวังใหม่ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2432 โดยพระยาอภัยบริรักษ์จักราวิชิตพิพิธภักดี (เนตร จันทโรจวงศ์) บุตรชายของพระยาพัทลุงซึ่งเป็นเจ้าเมืองพัทลุง ปัจจุบันทายาทตระกูล “จันทโรจวงศ์” ได้มอบวังนี้ให้เป็นสมบัติของชาติและกรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานวังเก่า เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2535 และวังใหม่ เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2526

 

วังเก่า พัทลุง

วังเก่า

 

วังเก่า พัทลุง

 

 

วังเก่า พัทลุง

 

 

วังใหม่ พัทลุง

วังใหม่

 

วังใหม่ พัทลุง

 

 

วังใหม่ พัทลุง

 

ท่านขุนคางเหล็ก นักรบผู้กล้าหาญ เมืองพัทลุง

ออกจากวังเก่า-วังใหม่ เราก็ขับรถต่อไป พอดีผ่านอนุสาวรีย์รูปปั้นท่านขุนคางเหล็ก เจ้าเมืองพัทลุงผู้กล้าหาญ เลยจอดแวะสักการะ เพื่อเป็นสิริมงคล

 

ขุนคางเหล็ก

 

วัดวัง จิตกรรมอลังการ

ข้างๆอนุสาวรีย์รูปปั้นท่านขุนคางเหล็ก คือ วัดวัง ซึ่งเป็นเป็นวัดเก่าแก่ที่สันนิษฐานว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยปลายกรุงศรีอยุธยา และเป็นวัดสำคัญในเมืองพัทลุง  มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และมีความงามของสถาปัตยกรรม ที่น่าสนใจ ภายในพระอุโบสถ มีภาพจิตรกรรมฝาพนังที่สวยงามจนหลายคนแปลกใจ ที่ได้เห็นภาพแบบนี้ในวัดต่างจังหวัด ช่างเขียนภาพที่เราเห็นนี้ เป็นช่างคนเดียวกับที่เขียนภาพจิตรกรรมฝาพนังใน วัดพระแก้วหรือ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

 

วัดวัง พัทลุง

องค์พระพุทธรูปในวัดวัง ซึ่งอยู่ในระเบียงคตล้อมรอบอุโบสถ

 

วัดวัง พัทลุง

 

 

วัดวัง พัทลุง

 

 

วัดวัง พัทลุง

จิตรกรรมฝาพนังสุดอลังการ ซึ่งมีรอบทั้งสี่ด้านของพนังอุโบสถ

 

วัดวัง พัทลุง

อุโบสถวัดวัง

 

บ้านพักเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย ที่พักหลักร้อย กลางทะเลน้อย

ออกจากวัดวัง เราก็มุ่งหน้ากลับจังหวัดนครศรีธรรมราช ตั้งใจว่าจะกลับเก็บที่เที่ยวเพิ่มในอำเภอท่าศาลา พอขับรถออกมาได้ราวๆ 40 กิโลเมตรกว่าๆ ก็เกิดเปลี่ยนใจกระทันหัน จำได้ว่าครั้งที่แล้วมาพัทลุง บัวแดงที่ทะเลน้อยกำลังสวยงาม กำลังเยอะ เลยอยากจะเห็นอีกสักครั้ง ปรึกษากันกับเพื่อนว่าจะกลับไปพักพัทลุงอีกคืน พร้อมกับหาที่พักถูกๆ เจอเบอร์โทรศัพท์ของบ้านพักเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย ดูภาพ อ่านรีวิว เห็นว่าโอเค สวยดี เลยตัดสินใจโทร สรุปว่ามีบ้านว่าง เราก็เลยกลับรถ มุ่งหน้าตามพิกัด google map ของบ้านพักเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย

ก่อนจะถึงที่หมาย จะผ่านร้านขนมหวานร้านดัง ร้านที่ห้ามพลาด ร้านที่กินขนมหวานแล้วรู้สึกอร่อยสุดๆ นั่นคือ ร้านขนมหวานป้ากี้ รู้ว่าร้านใกล้จะปิดแล้ว แต่เราก็อดใจที่จะแวะเข้าไปไม่ได้ โชคดีร้านยังไม่ปิด แถมมีขนมหวานเหลืออีกด้วย เลยจัดหนักกันไป  จากนั้นก็มุ่งหน้าสู่ที่พัก

บ้านพักเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย เป็นของอุทยาน บริการห้องพักราคาถูกหลักร้อย  วิวสวยๆ กลางทะเลน้อย มีทั้งบ้านหลังเล็ก บ้านหลังใหญ่ จะไปเดี๋ยว ไปเป็นครอบครัว ก็มีเลือกหลากหลายตามสะดวก เช้าๆมีบริการเรือหางยาวนำเที่ยวชมทะเลบัวแดงในด้วย ที่สำคัญราคาไม่แพง

 

บ้านพักเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย

บ้านพักของเรา คือวิวดีมาก

 

บ้านพักเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย

ห้องกว้างๆ 3 เตียง  2 คน จ่ายเพียง 500 บาทเท่านั้นคือฟินมาก ทุกหลังห้องน้ำในตัวเธอ

 

บ้านพักเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย

บ้านหลังเล็กที่อยู่ถัดจากเราไป แลดูเป็นส่วนตัวมาก

 

บ้านพักเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย

พระตำหนักทะเลน้อย

 

บ้านพักเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย

 

 

บ้านพักเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย

สามารถชมดวงอาทิตย์ตกได้จากระเบียงบ้าน ไม่ต้องออกไปไกล เสียดายฟ้าปิดตอนเย็นเธอ

 

บ้านพักเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย

 

 

บ้านพักเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย

กลางคืนก็ออกมานั่งดูดาวที่ระเบียง

 

ทะเลบัวแดง ทะเลน้อย

 

เช้ามาก็เดินไปที่ท่าเรือ จะมีเรือของเจ้าหน้าที่จอดรอให้บริการนำเที่ยวชมทะเลบัวแดง ไม่ต้องจองล่วงหน้า ราคาก็ถูกกว่าข้างนอกจ่ายเพียง 450 บาทเท่านั้น (เรื่อจะพาเที่ยวทะเลบัวแดง ไปจนถึงสะพานเฉลิมพระเกียรติ และก็บ้านร้างสองหลังกลางทะเลน้อย ถ้าจะไปชมยอยักษ์ที่ศรีปากประรีสอร์ทต้องจ่ายเพิ่ม )

 

ทะเลบัวแดง ทะเลน้อย

บัวแดงกำลังเยอะ เบ่งบานรับแสงเช้า รอ เธอ เธอ เธอ ไปดูอยู่นะ

 

ทะเลบัวแดง ทะเลน้อย

 

 

ทะเลบัวแดง ทะเลน้อย

 

 

ทะเลบัวแดง ทะเลน้อย

 

 

ทะเลบัวแดง ทะเลน้อย

 

 

หลงรัก “พัทลุง” เมืองต้องห้ามพลาดพลัส

กลับถึงฝั่งก็สายๆ แดดแก่ๆ ก็แวะหามื้อเช้ากินข้างนอกอุทยาน จากนั้นก็ไปอาบน้ำแต่งตัว แล้วก็นอนพักสักงีบ และตื่นมาเช็คเอ้าท์เกือบๆ เที่ยง จริงๆ ว่าจะเอารถไปคืน แล้วก็เข้าไปรอเครื่องที่สนามบินนครศรีธรรมราชเลย  แต่มาคิดอีกทีมีเวลาเหลือเพียบ เพราะบินไฟท์ 20.00 น. เลยพากันไปตะล่อนทัวร์เมืองคอนอีกรอบ

พัทลุง ครั้งนี้เป็นรอบที่ 3 ของเรา ขอบอกว่า…ไม่ว่าจะกี่ครั้งกี่ที่ก็ยังประทับใจเหมือนเดิม ไม่เคยเบื่อ ยิ่งครั้งนี้ได้สัมผัสพัทลุงในมุมที่ต่างออกไปจากครั้งก่อนๆ ไม่ว่าจะเป็น การได้พิชิตน้ำตกหนานสูงที่เชื่อว่าจะทำให้ชีวิตการงานสูงส่ง การชมนาข้าวที่สถานีกงหรา ความตระการตาของน้ำตกมโนราห์ และสัมผัสทะเลสีชมพูที่ทะเลน้อย ทุกทีล้วนสวยงาม มีความเป็นธรรมชาติที่ยังคงสมบูรณ์ น่าไปเที่ยว น่าไปชม ที่สำคัญการไปในครั้งนี้ยังได้ไปไหว้พระขอพรพระมหาธาตุเจดีย์บางแก้วซึ่งเป็นหนึ่งในสี่พระธาตุแดนใต้ที่ควรค่าแก่การไปสักการะ  พัทลุงเราไปแล้วถึง 3 ครั้ง แล้วเธอหละได้ไปบ้างหรือยัง ถ้ายัง ให้ฟ้าว ให้ไวเธอ อย่ารอช้า ไม่จำเป็นต้องไป 3 ครั้งเหมือนเรา เพราะเพียงครั้งเดียว ครั้งเดียวเท่านั้น ก็เพียงพอที่จะทำให้เธอหลงรัก “พัทลุง” เหมือนเรา

ข้อมูลเพิ่มเติม

 

ท่องเที่ยวธรรมะ กราบ 4 พระธาตุแดนใต้ กุศลยิ่งใหญ่ในชีวิต
พระบรมธาตุสวี จ.ชุมพร
พระบรมธาตุไชยา จ.สุราษฎร์ธานี
พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช
พระมหาธาตุเจดีย์วัดเขียนบางแก้ว จ.พัทลุง
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม www.จตุธรรมธาตุ.com
หรือสอบถามเพิ่มเติม
สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชุมพร
โทรศัพท์ 077-504-940
สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุราษฎร์ธานี
โทรศัพท์077-283-612
สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช
โทรศัพท์075-355-160
สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพัทลุง
โทรศัพท์ 074-67-800

 

ืnokair

 

 

avis thailand

 

ขอบคุณที่ติดตามเธอ
เจอกันใหม่ทริปหน้าจ๊ะ

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

TAGS
RELATED POSTS
AGODA