ดอยม่อนจอง
Slider
เช็คอินประเทศไทย เที่ยวทั่วไทย

ตื่นรู้กับธรรมะ ตื่นตาตื่นใจกับองค์พระปางขอฝนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์ วัดทิพย์สุคนธาราม

18 กันยายน 2016 (ยอดชม 1,615 views )

พระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์

เมื่อการตื่นรู้…ออกเดินทาง อายุของพระพุทธศาสนา…ก็ยืนยาว
เมื่อพระพุทธศาสนายืนยาว..การตื่นรู้…ก็ได้ออกเดินทางอีกครั้ง

นี่คือแนวคิดหลักของอนุสรณ์แห่งการตื่นรู้ ณ วัดทิพย์สุคนธาราม จังหวัดกาญจนบุรี ที่ในทริปนี้ “ตากล้องท่องเที่ยว”  จะพาเพื่อนๆไปทำความรู้จักและกราบไหว้พระขอพรพระปางคันธารราฐ หรือ พระปางขอฝนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย  จะอลังการงานสร้างขนาดไหน ตามเราไปดูกันเลยจ้า

 

อรุณรุ่งของวันศุกร์ที่ 9 เดือน 9 ปี 59 ในวันที่ฤกษ์งามยามดีเช่นนี้ เราเลยถือโอกาสนี้ไปไหว้พระขอพรให้เป็นศิริมงคลแก่ชีวิตหน่อยดีกว่า และในชั่วโมงนี้จะเป็นที่ไหนไปไม่ได้แล้วนอกจาก วัดทิพย์สุคนธาราม จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของ พระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์ พระปางขอฝนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และว่ากันว่า หากใครที่ได้มากราบไหว้สักการะแล้ว ชีวิตจะพบแต่ความสุขร่มเย็น ดั่งแผ่นดินที่ได้รับความเย็นจากสายฝน

 

พระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์

เราขับรถเดินทางจาก กรุงเทพไปถึงวัดทิพย์สุคนธาราม ใช้เวลา 2ชั่วโมงนิดๆ โดยประมาณ

 

มาดูประวัติคร่าวๆ ของวัด กันก่อนนะ
วัดทิพย์สุคนธาราม นั้นตั้งอยู่ที่ ตำบลดอนแสลบ อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี โดยนางฉันท์ทิพย์ กลิ่นโสภณ พร้อมด้วยครอบครัวและญาติพี่น้องได้ถวายที่ดินถึง 339 ไร่และใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัวสร้างวัดและเสนาสนะต่างๆ ถวายสมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าอาวาสวัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง โดยได้รับอนุญาตให้ตั้งวัดตามประกาศสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ลงวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ.2550

 

พระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์

 

วัดทิพย์สุคนธาราม เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธมหาเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์ สร้างขึ้นโดยใช้โลหะสำริดความสูง 32 เมตร ยืนอยู่บนฐานสูง 8 เมตร  และปรับปรุงบริเวณโดยรอบให้เป็นดั่ง พุทธอุทยาน ที่มีความสวยงามร่มรื่น ซึ่งสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนจัดสร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ  7 รอบ 84 พรรษาเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา และเพื่อเป็นการรำลึกถึงพระคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มให้จัดสร้างองค์พระพุทธมหาเมตตาฯ และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถยังทรงมีพระมหากรุณารับโครงการไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ.2554 อีกด้วย

 

พระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์

 

จากซุ้มประตูทางเข้า ขับรถเข้าไปประมาณ 300เมตร จะมีลานจอดรถที่กว้างใหญ่พอสมควร และประดับตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้ต่างๆ อย่างสวยงามและร่มรื่นเลยทีเดียว

พระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์

ทางเข้าด้านหน้า

 

พระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์

บริเวณลานจอดรถ

 

จอดรถเสร็จแล้ว…เราจะพาไปชมจุดแรก ก็คือ บริเวณองค์พระ หรือลานประทักษิณ  ซึ่งก่อนถึง เราจะผ่านบริเวณลานน้ำพุ ที่พวยพุ่งเป็นฟองสีขาวสวยเด่นเห็นแต่ไกลเลยทีเดียว

พระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์

 

พระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์

 

จากบริเวณน้ำพุ ก็จะเป็นทางเดินเป็นแนวยาวตรงไปที่ลานที่ประดิษฐานองค์พระพุทธเมตาฯ ยืนประทับเด่นเป็นสง่าโดยมีภูเขาสีเขียวลูกใหญ่เป็นแบคกราวด์ แลดูอลังการสวยงามมากๆเลยหล่ะ

พระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์

 

พระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์

บริเวณทางเดินขั้นบันไดขึ้นไปที่ลานประทักษิณ

 

พระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์

 

เมื่อมายืนอยู่ใกล้ๆองค์พระ ก็ยิ่งได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ จนเราเองก็แอบกลัวๆ อยู่เหมือนกัน แต่พอได้ทราบถึงขั้นตอนการออกแบบและการสร้างแล้วต้องบอกว่า สบายใจได้เลยนะ เพราะได้ผ่านการคำนวณในเรื่องของวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างจาก  MTEC และทดสอบความมั่นคงแข็งแรงจากลมพายุและแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดในรอบหนึ่งพันปี จากสถาบัน AIT ยืนยันว่าองค์พระสามารถยืนอยู่อย่างมั่นคงแข็งแรงยาวนานถึงพันปีเลยทีเดียว…wow wow wow

ยิ่งใหญ่และสวยงามขนาดนี้ เราเลยเดินเก็บภาพในหลายๆมุมมาฝากเพื่อนๆ ไปดูกันเลย

DSCF4348_15

 

DSCF4348_17

ซุ้มหินอ่อนบริเวณลานพระ จะมีดอกไม้และธูปสำหรับให้เราใช้จุดเพื่อกราบสักการะขอพรกับองค์พระพุทธเมตตาฯ

 

DSCF4348_16

 

DSCF4348_20

 

DSCF4348_22

 

DSCF4348_23

 

DSCF4348_24

 

DSCF4348_25

 

อีกจุดที่น่าสนใจ นั่นก็คือ สวนป่าพุทธอุทยานและนิทรรศการกลางแจ้ง เป็นสวนที่บอกเล่าเรื่องราวแห่งพุทธประวัติ บนปติมากรรมในรูปแบบต่างๆ ที่ประกอบไปด้วย

1.กำเนิดมหาโพธิ
2.ชีวิตคืออะไร : ความสุขที่แท้จริงคือสิ่งใด
3.ค้นพบความจริงของชีวิต : ค้นพบการตื่นรู้
4.ไตร่ตรองและทบทวน
5.จากหน่อแรก เจริญงอกงาม และแผ่ขยายร่มเงา
6.มหาโพธิสิ้นอายุขัย

DSCF4348_26

บริเวณต้นพระศรีมหาโพธิซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของสวนป่าพุทธอุทยานกลางแจ้ง

 

หลังจากเดินถ่ายภาพกลางแดดจ้า ถามว่าร้อนไหม..ตอบเลยว่า..ไหม้มากกก
แต่ไม่ว่าตัวเราจะสีไหน…แต่ใจเราไม่สีดำก็แล้วกัน..ฮิ้วๆๆ
ถึงจะร้อนขนาดนี้แต่เพื่อให้เพื่อนๆ และชาวแฟนเพจของตากล้องท่องเที่ยวได้เห็นภาพสวยๆ ร้อนแค่ไหนเราก็จะทน…แพล๊บๆๆ
แต่หิว!! นี่เราจะไม่ทนนะ…ขอบอก ว่าแล้วเราขอแวะไปหาอะไรมาเซ่นกระเพาะที่โรงอาหารก่อนดีกว่า

 

DSCF4348_8

 

DSCF4348_7

 

DSCF4348_30

ภายในโรงอาหารดูสะอาด โล่งโปร่ง อากาศถ่ายเท เย็นสบายดี แม้ด้านนอกแดดจะแรงก็ตาม

 

DSCF4348_31

 

DSCF4348_33

 

DSCF4348_38

 

จะกินเพื่ออยู่หรือจะอยู่เพื่อกิน…ขึ้นอยู่กับว่า จำนวนเงินในกระเป๋าเราตอนนั้นมีเท่าไหร่….เปิดดูแล้วใจหาย เพื่อนๆเป็นเหมือนกันไหม ^++^

 

DSCF4348_40

ไอติมกะลา

 

อิ่มท้องพอยาไส้…ถึงเวลาไปลุยต่อ  จุดสุดท้ายที่เราจะพาเพื่อนๆไปดู นั่นก็คือ

อนุสรณ์แห่งการตื่นรู้
เป็นอาคารติดแอร์ที่จัดแสดงนิทรรศการสื่อผสมผสานที่บอกเล่าเรื่องราวตั้งแต่การจัดสร้างองค์พระพุทธเมตตาฯ และเรื่องราวการเดินทางของพระพุทธศาสนาจากอตีตจนถึงปัจจุบัน
แนวคิดหลักของนิทรรศการ
เมื่อการตื่นรู้…ออกเดินทาง อายุของพระพุทธศาสนา…ก็ยืนยาว
เมื่อพระพุทธศาสนายืนยาว..การตื่นรู้…ก็ได้ออกเดินทางอีกครั้ง

“การตื่นรู้” คือหัวใจของพระทุทธศาสนา อาคารตื่นรู้แห่งนี้จึงเปรียบเสมือน “เป็นคบเพลิงแห่งธรรม” คอยปลุกให้ผู้คนให้ตื่นรู้ต่อไป เป็นสถานที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนได้ศึกษาและเข้าถึง “หัวใจของพุทธะ” ยิ่งผู้คนได้เข้าถึงมากเท่าไร การสืบทอดอายุพระพุทธศาสนาจะก้าวหน้ายืนยาวและหยั่งรากลึกลงไปถึงแก่นได้มากขึ้นเท่านั้น

 

DSCF4348_12

 

DSCF4348_42

 

DSCF4348_45

 

DSCF4348_67

 


อนุสรณ์แห่งการตื่นรู้
  จะแบ่งเป็น 4 โซนด้วยกัน
โซนที่ 1 เป็นชั้นทางเข้าหลัก จะเป็นประวัติความเป็นมาและการสร้างองค์พระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์ องค์พระขนาดใหญ่ที่ต้องใช้ทั้งผู้เชี่ยวชาญและเทคนิคทางวิศวกรรมขั้นสูงผสานกับงานช่างฝีมือโบราณเพื่อรังสรรค์พระพุทธรูปที่ถูกต้องตามหลักพุทธศิลป์และโครงสร้างที่มีความแข็งแรงคงทน
ด้วยปณิธานอันแรงกล้าของสมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าอาวาสวัดชนะสงครามในขณะนั้น ที่จะสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งพระพุทธรูปเมืองบามิยัน ประเทศอัฟกานิสถาน อายุเกือบ 2000 ปี ที่ถูกระเบิดทำลายลงเมื่อ พ.ศ.2544 ยังความเศร้าสะเทือนใจให้แก่ชาวพุทธทั่วโลก

 

DSCF4348_46

ทางเข้าหลัก

 

DSCF4348_47

รูปหล่อ องค์สมเด็จพระมหาธีราจารย์

 

DSCF4348_48

หนึ่งในคำสอนของหลวงพ่อ

 

DSCF4348_49

 

DSCF4348_50

 

DSCF4348_52

สื่อภาพถ่ายบอกเล่าเรื่องราวขั้นตอนของการจัดสร้างองค์พระพุทธเมตตาฯ

 

DSCF4348_53

 

DSCF4348_54

 

DSCF4348_55

 

DSCF4348_57

 

DSCF4348_51

ฐานพระบาทจำลอง แสดงขั้นตอนทางวิศวกรรมการสร้างและการออกแบบที่ปลอดภัย

 

โซนที่2 การเดินทางของพระพุทธศาสนา
เป็นส่วนของการแสดงปติมากรรมและ สื่อภาพยนต์บอกเล่าเรื่องของการหยั่งรากของพระพุทธศาสนาลงบนดินแดนสุวรรณภูมิและเรื่องราวอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้าอโศกมหาราชที่ทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก ทรงทำให้พระพุทธศาสนาแผ่ขยายทั่วชมพูทวีป ทรงอุปถัมภ์พระสงฆ์ ทรงสร้างสถูปเจดีย์จำนวนมาก และที่สำคัญคือ “จารึกพระเจ้าอโศกมหาราช” ซึ่งทำให้ชาวตะวันตกยอมรับว่า “พระพุทธเจ้ามีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์”

 

DSCF4348_58

 

DSCF4348_59

 

DSCF4348_60

 

DSCF4348_61

 

โซนที่ 3  “เจติยะ” สิ่งที่ควรบูชา
จัดแสดงสัญลักษณ์ที่ใช้ในการสื่อสารทางพระพุทธศาสนาเพื่อเผยแพร่พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เรียกว่า เจติยะ หรือ เจดีย์ ซึ่งแปลว่าสิ่งที่ควรบูชา ซึ่งประกอบด้วย ธรรมเจดีย์, ธาตุเจดีย์, บริโภคเจดีย์ และอุเทสิกะเจดีย์

 

DSCF4348_62

 

DSCF4348_63

 

โซนที่ 4 คบเพลิงแห่งธรรม
พื้นที่เพื่อการย้อนทบทวน ตกผลึกทางความคิดเรื่องการตื่นรู้ อันเป็นหัวใจสำคัญของพระพุทธศาสนาประดุจดั่ง “เปลือกห่อหุ้มแก่น” ดำรงค์อยู่คู่กัน ไม่อาจขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้และทำหน้าที่เป็น “คบเพลิงแห่งธรรม” คอยปลุกผู้คนให้ตื่นรู้ต่อไป

 

DSCF4348_66
ประตูทางเข้าสู่โซนคบเพลิงแห่งธรรม

 

DSCF4348_65

 

DSCF4348_64

 

ภายในห้องนี้จะเป็นห้องสีขาว โล่งๆ เงียบสงบ ตรงกลาง จะมีเชือกสำหรับสั่นระฆัง  ให้เราทำสมาธิและอธิฐานขอพร 1 อย่าง ในโอกาสนี้เราขอให้เพื่อนๆและชาวแฟนเพจของ ตากล้องท่องเที่ยว ทุกๆคน จงมีแต่ความสุขตลอดไป

ทริปนี้เราขอจบรีวิวเพียงเท่านี้ หากผิดพลาดประการใด ก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
ขอขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่อ่านจนถึงบรรทัดนี้ และขอบคุณชาวแฟนเพจทุกคนที่ติดตามเรามาตลอด
เพื่อนๆสามารถติดตามชมผลงานของ ตากล้องท่องเที่ยว เพิ่มเติมได้ที่
แฟนเพจ “ตากล้อง ท่องเที่ยว”
เว็บไซด์ www. taklongtongteaw.com

 

 *********************************

อนุสรณ์แห่งการตื่นรู้ เปิดให้เข้าชมฟรี
รูปแบบการให้บริการ
* บริการนำชมโดยวิทยากร รอบละ 50 ท่าน
* ใช้เวลาในการชมนิทรรศการ 45 นาที
วันอังคาร – วันศุกร์
เปิดให้เข้าชมเป็นหมู่คณะ วันละ 3 รอบ
รอบที่ 1 : 10.00 น. (150 ท่าน)
รอบที่ 2 : 13.00 น. (100 ท่าน)
รอบที่ 3 : 14.30 น. (100 ท่าน)

วันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
เปิดให้เข้าชมสำหรับบุคคลทั่วไป วันละ 7 รอบ รอบละ 50 ท่าน

รอบที่ 1 : 10.00 น.
รอบที่ 2 : 10.45 น.
รอบที่ 3 : 11.30 น.
รอบที่ 4 : 13.00 น.
รอบที่ 5 : 13.45 น.
รอบที่ 6 : 14.30 น.
รอบที่ 7 : 15.00 น.
* วันจันทร์ปิดให้บริการ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : คุณนิตยาพร ทวีแก้ว 098-964-0908
Email : museum.pbt@gmail.com
Facebook : phrabuddhametta

 

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

TAGS
RELATED POSTS
AGODA