ดอยม่อนจอง
Slider
เที่ยวภูกระดึง
เที่ยวทั่วไทย

เที่ยวภูกระดึง – ความทรงจำดีๆ “ครั้งหนึ่งในชีวิต เราคือผู้พิชิตภูกระดึง”

16 ตุลาคม 2018 (ยอดชม 9,397 views )

เที่ยวภูกระดึง แลนมาร์คพิกัดเที่ยวยอดฮิตติดอันดับต้นๆ ของไทย ใครๆก็อยากไปสัมผัส ไปเที่ยว  และพากายไปวัดใจ ตามสโลแกน “ครั้งหนึ่งในชีวิต เราคือผู้พิชิตภูกระดึง” เราเองก็เช่นกันอะเธอ มีความอยากไป เที่ยวภูกระดึง มากมาย เคยพลาดไม่ได้ไปกับเพื่อนๆสมัยเรียน ปวช. รู้สึกเสียดายมากกกก…หลังจากนั้นก็ไม่มีโอกาสที่จะได้ไปอีกเลย

จนกระทั่ง…ได้รู้จัก “หมอ” แอดมินเพจ เที่ยวเมืองไทยไปไหนก็ชิลดี  และพอดีกับหมอจัดทริปไปเที่ยวภูกระดึง เลยตัดสินใจไปแบบไม่รอและลังเลใดๆ อะเธอ

 

เที่ยวภูกระดึง

 

11  ข้อ ควรรู้ก่อนพากายไปวัดใจที่ภูกระดึง

  1. อุทยานแห่งชาติภูกระดึงเปิด 1 ตุลาคม – 31 พฤษภาคม ของทุกปี ( ปิด 1 มิถุนายน -30 กันยายน ของทุกปี ) โดยจะเปิดให้ขึ้นภูตั้งแต่เวลา 07:00 น. -14:00 น. เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เดินไปถึงที่พักก่อนค่ำ ค่าธรรมเนียม  ผู้ใหญ่ 40 บาท และเด็ก 20 บาท
  2. อุทยานมีเต็นท์ ที่นอน หมอน ผ้าห่ม ให้เช่า ติดต่อเช่าเต็นท์ได้ที่ทำการอุทยานด้านล่างก่อนขึ้นภู  หรือใครมีเต็นท์จะเอาไปเองก็ได้ หรือจะติดต่อเช่ากับร้านค้าบนภูกระดึงก็มีเยอะแยะ แต่ราคาก็จะแพงกว่าของอุทยานอะเธอ  แนะนำร้านนัดพบ บริการให้เช่าเต็นท์ พร้อมที่นอน หมอน ผ้าห่ม คืนละ 300 บาท นอนได้ 2-3 คน นอกจากนี้ที่ร้านยังมีบริการเครื่องดื่มร้อน-เย็น ข้าวราดแกง จิ้มจุ่ม หมูกระทะ ตลอดทั้งวัน และกลางคืนถึงเวลา 21.00 น. พร้อมบริการไฟสำหรับชาร์จแบตโทรศัพท์ แบตกล้องฟรี โทร.086-6319071 ,086-6431422
  3. บนภูกระดึงมีบ้านพักของอุทยานให้บริการ สามารถดูรายละเอียดได้ที่ http://nps.dnp.go.th
  4. ค่าจ้างลูกหาบแบกสัมภาระ กิโลกรัมละ 30 บาท
  5. มีโรคประจำตัวควรเตรียมยารักษาโรคให้พร้อม  เป็นโรคหัวใจ โรคหอบหืด ไม่ควรเดินขึ้นภูกระดึง
  6. ควรแต่งกายให้พร้อมสำหรับการเดินขึ้นเขา ไม่ควรสวมรองเท้าแตะ
  7. แม้หน้าร้อน อากาศกลางคืนจะหนาว ควรเตรียมเสื้อผ้าให้พร้อม
  8. หลัง 4 ทุ่ม อุทยานจะตัดไฟ ควรเตรียมไฟฉายไปให้พร้อม
  9. เขตป่าปิด ผาส่องโลก ดูใบเมเปิ้ลแดง จะเข้าชมได้เฉพาะหน้าแล้ง  ประมาณช่วง พฤศจิกายน – เดือนมิถุนายน ( แล้วแต่ประกาศจากอุทยาน ) ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่เท่านั้น
  10. ช่วงเปิดภู เดือนตุลาคม ถึงกลางๆ เดือนธันวาคม น้องๆทากุจัง ( ทาก ) เพียบบบ  ใครที่แพ้แมลง และกลัวทากุจังกัด ควรเตรียมป้องกันให้พร้อม หรือถ้าไปช่วงเดือนอื่นๆ ถ้าโชคดีฝนตกน้องทากุจังก็จะฟื้นคืนชีพจ้าาาา
  11. เตรียมตังค์ไปให้พร้อม ให้เพียงพอสำหรับใช้จ่ายตลอดทริป เพราะบนภูกระดึงไม่มีตู้เอทีเอ็ม

 

การเดินทาง

รถส่วนตัวปักหมุดไปที่ https://goo.gl/maps/4wboZ5T4Z4M2   จากนั้นก็ขับตามโลดเธอ   ส่วนรถประจำทาง ที่หมอชิต 2 มีรถทัวร์บริการไปเมืองเลย ซึ่งจะผ่านผานกเค้า หลายบริษัทด้วยกัน เช่น แอร์เมืองเลย ภูกระดึงทัวร์ และบขส.999  บอกบัสโฮสต์ด้วยว่าลงที่ผานกเค้า ไม่ต้องกลัวลงไม่ถูก เพราะในรถที่เราไปต้องมีคนลงกับเราแน่นอน เมื่อถึงผานกเค้า ข้างๆร้านเจ้กิ่มจะมีรถสองแถวสีแดงไว้บริการรับ-ส่ง ไปศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ซึ่งเขาคิดเที่ยวละ 300 บาท สะดวกจ่ายเอง หรือรอเพื่อนไปหารก็ได้

 

เที่ยวภูกระดึง

 

ให้ข้อมูลครบหละ!! เริ่มทริปจ๊ะ…

เราออกเดินทางจากกรุงเทพในช่วงดึก ไปถึงผานกเค้าก็ราวๆประมาณตีสี่ ตีห้าอะเธอ แวะทำธุระที่ร้านเจ้กิม พร้อมกับทานมื้อเช้า พอสว่างก็เข้าไปยังที่ทำการอุทยาน หมอเขาก็ดำเนินการต่างๆให้ เราก็นั่งรอชิลๆ  จากนั้นก็เอากระเป๋าไปชั่งน้ำหนัก ทุกอย่างเรียบร้อยก็ start เดินเท้ายาวๆ ผ่าน 10 ด่าน หรือที่เรียกว่า “ซำ” นั่นแหละ   ระยะทางรวมประมาณ 5.5 กิโลเมตรก็จะถึงหลังแป  ความโหดมันอยู่ตรงจุดใกล้ๆถึงหลังแปนี่แหละเธอ วัดใจสุดๆ  ถึงหลังแปแล้วก็สบาย เดินตัวปลิว ชิลๆ บนพื้นราบต่ออีก 3 กิโลเมตร ก็ถึงจุดกลางเต็นท์ หรือวังกวาง  อ้อ!!! ลืมบอก….ระหว่างทางเดินจะมีร้านค้า ร้านขายเป็นจุดใหญ่ๆ ตลอดทาง แวะพักแวะกินได้ตลอด  ไม่ต้องกลัวอด ไม่ต้องพกไปให้หนักแบก แพงหน่อยก็ยอมๆจ่ายไปเหอะ ดีกว่าแบกไปจ้าาาา…

เรื่องราวระหว่างไปวังกวางก็จะประมาณนี้  ห้ามพลาดถ่ายรูปสองจุดนี้เด็ดขาดอะเธอ

 

เที่ยวภูกระดึง

 

เที่ยวภูกระดึง

 

เที่ยวภูกระดึง

 

เรื่องรูป ไปกับหมอ หมอเขาดูแลเทคแคร์ถ่ายให้รัวๆอะเธอ ไม่จำเป็นต้องเตรียมกล้องไป ไม่มีกล้องก็ได้รูสวยๆ กลับบ้าน ตลอดทริปหมอจัดให้ไม่มีขาดจ้า

พวกเราไปถึงวังกวางก็ประมาณบ่ายสองโมงกว่าๆ  ระหว่างรอกระเป๋าเดินทางมาถึงวังกวาง เราก็ไปหาอะไรเย็นๆ ดื่มดับกระหายที่ร้านนัดพบ ร้านค้าที่เราติดต่อเช่าเต็นท์ไว้  หายเหนื่อยก็ไปรอเอากระเป๋า

ได้กระเป๋าตัวเองเป็นที่เรียบร้อย ก็เอามาเก็บในเต็นท์   และไปทำภารกิจแรกและภารกิจสุดท้ายสำหรับวันแรกบนภูกระดึง นั่นคือไปชมพระอาทิตย์ตกสวยๆที่ “ผาหมากดูก”  เดินจากเต็นท์เราไปอีก 2.5 กิโลเมตร ไป-กลับ รวม  5 กิโลเมตร อะเธอ เป็นภารกิจแรกที่วัดใจใช้ได้กันเลยทีเดียว

 

ผาหมากดูก

 

“ผาหมากดูก” ลักษณะเป็นหน้าผาสูงชันบริเวณกว้าง เป็นจุดที่เราสามารถชมพระอาทิตย์ตกสวยๆ อีกหนึ่งจุดบนภูกระดึงอะเธอ มีร้านค้า 1 ร้านบริการอาหารและเครื่องดื่ม

 

ผาหมากดูก

เขาหละ!!…หมอชิลดี

บรรยากาศบริเวณผาหมากดูก็จะประมาณนี้อะเธอ  หนาแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยว ที่มารอชมพระอาทิตย์ตกสวยๆ งามๆ

 

ผาหมากดูก

 

ผาหมากดูก

 

ผาหมากดูก

 

ผาหมากดูก

 

ผาหมากดูก

 

ผาหมากดูก

 

สิ้นแสงพระอาทิตย์ ความมืดก็ค่อยๆคืบคลานเข้าปกคลุมทั่วภูกระดึงอะเธอ  วิ่งซิจ๊ะรอไร?  ต้องรีบสปีดเดินรัวๆ อย่างที่บอกระยะทางมา 2.5 กิโลเมตร กลับก็ต้อง 2.5 กิโลเมตรเช่นกันจ้าาา… แต่ไม่ต้องกลัวเด้อ เพื่อนร่วมทางเพียบบบ  เสียงคุย เสียงหัวเราะ สนุกสนาน ครึกครึ้นกันตลอดทางจ้าาา…

ถึงเต็นท์หมอเขาก็พาไปลุยหมูกระทะแก้หนาวต่อที่ร้านนัดพบ  เป็นหมูกระทะที่อร่อยเริ่ดมากกก…แก้หนาวได้เป็นอย่างดี กินอิ่มก็อาบน้ำ อาบท่าแยกย้ายกันเข้านอน มีคิดเลขบ้างกันนิดหน่อย เพื่อความผ่อนคลาย งี้…

ภารกิจแรกของวันที่ 2 บนภูกระดึง ตื่นแต่เช้าเลยจ๊ะ  04.30 น. ได้มั้ง  กับการเดินทาง 2 กิโลเมตร เพื่อไปชมพระอาทิตย์ขึ้นสวยๆ และทะเลหมอกงามๆ ที่ “ผานกแอ่น”  หนึ่งในจุดเดียวที่สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นได้บนภูกระดึง จากหนาวๆ เดินก้าวขารัวๆ เหงื่อออกกันเลยทีเดียว

บรรยากาศก็จะประมาณนี้

 

ผานกแอ่น

 

ผานกแอ่น

 

ผานกแอ่น

 

ผานกแอ่น

 

ผานกแอ่น

 

ผานกแอ่นวันนี้…พระอาทิตย์ขึ้นสวย แสงงามอะเธอ แต่ปราศจากทะเลหมอกฟูๆ จ้าา… อ้อ!! ที่ผานกแอ่นจะมีซุ้มเล็กๆ ไม่แน่ใจว่าของอุทยานหรือร้านค้า บริการเครื่องดื่มร้อน พร้อมขนมขบเคี้ยวด้วย…

ได้รูปเป็นที่พอใจแล้ว หมอก็พาพวกเรากลับที่พัก  จัดแจงธุระส่วนตัว กินมื้อเช้า พร้อมกับห่อข้าวคนละห่อ น้ำดื่มคนละขวด เดินมุ่งหน้าออกเดินป่าสำรวจจุดต่างๆ ที่เป็นไฮไลท์ของภูกระดึง

 

วังกวาง

 

เริ่มต้นด้วยการไปถ่ายรูปใบเมเปิ้ลแดงสวยๆ ที่ “น้ำตกถ้ำใหญ่”  ใบเมเปิ้ลแดงร่วงเต็มพื้นอะเธอ สวยมาก ส่วนน้ำตกมีไหลแบบกะปริบกะปรอย  ช่วงเวลาของเมเปิ้ลแดงแต่ละปีจะไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของแต่ละปี  ใครไม่อยากพลาดก็ตามข่าวรัวๆ ได้ที่กลุ่ม “กลุ่มรักภูกระดึง” ในเฟสบุ๊คจ้าาา…

 

เมเปิ้ลแดง ภูกระดึง

 

เมเปิ้ลแดง ภูกระดึง

 

น้ำตกถ้ำใหญ่

 

น้ำตกถ้ำใหญ่

 

ได้รูปเป็นที่พอใจก็ไปต่ออะเธอ  ที่หมายถัดไปเป็น “สระอโนดาด” ระหว่างทาง เราก็จะผ่าน “ทุ่งหญ้าสะวันนา” สีเหลืองทองอร่ามเป็นบริเวณกว้าง  แวะกดชัตเตอร์ได้ตลอดทาง   เราได้เพื่อนร่วมทางใหม่อีกคนด้วย หนุ่มเสื้อขาวในภาพข้างล่างอะเธอ  ฮีใจเด็ดมากกก มาคนเดียว จ้าาาา

 

เที่ยวภูกระดึง

 

ทุ่งหญ้าสะวันนา

 

ทุ่งหญ้าสะวันนา

 

เดินนานเหมือนกันเธอ กว่าจะถึงสระอโนดาด  ถึงราวๆ บ่ายโมง นั่งพักกินมื้อเที่ยงกัน บรรยากาศสระไม่ค่อยสวย เลยถ่ายรูปต้นสนสวยที่อยู่ริมสระแทน งี้

 

สระอโนดาด

 

กินข้าวอิ่ม นั่งให้อาหารย่อยก็เดินยาวๆ ต่อไปที่ “ผาหล่มสัก”  เพื่อไปชมพระอาทิตย์ตกสวยๆ และถ่ายรูปเป็นทีละลึกกับมุมท็อปฮิต มุมในตำนาน  ระยะทางช่วงนี้ไกลมากกกกก พักแล้วพักอีกกว่าจะถึง ระหว่างทางก็มีน้ำตกเล็กๆให้ได้ถ่ายรูป ให้นั่งพัก จำไม่ได้ว่าน้ำตกอะไร อะเธอ ประมาณนี้

 

เที่ยวภูกระดึง

 

เที่ยวภูกระดึง

 

เที่ยวภูกระดึง

 

ระหว่างทางเจอรถอีแต๊กด้วย ดีใจว่าจะขอนั่งไปด้วย งี้…แต่คนเต็มเพียบบบบ อดเบย

 

เที่ยวภูกระดึง

 

เที่ยวภูกระดึง

 

เดินวนไป พักแล้วพักอีก  ดีที่เป็นพื้นราบ ไม่ต้องปีนเขาอะเธอ  มีลุยดินทรายบ้าง เป็นบางช่วง ถึงผาหล่มสักก็ใกล้มืด มีเวลานั่งพักดื่มอะไรเย็นๆ กินขนมหวานที่ร้านค้า แป๊บเดียว ก็เป็นช่วงไฮไลท์สำคัญของผาหล่มสักจ้าาาา…

อย่างที่บอก…ผาหล่มสัก เป็นไฮไลท์ของผู้กระดึง เพราะฉะนั้น นักท่องเที่ยวที่จุดนี้จะเยอะเป็นพิเศษ ใครอยากถ่ายรูปกับวิวพอยต์ในตำนาน จะต้องเขาคิวยาวเหยียด คนที่โชคดีก็จะได้ช่วงที่พระอาทิตย์ตกสวยๆ พอดี ส่วนคนที่โชคร้ายเหมือนเราก็จะได้แบบนี้

 

ผาหล่มสัก

 

ผาหล่มสัก

 

สว่างจ้าาาาาา เลยจ๊ะ!! แดด  ส่วนช่วงไข่แดงสวยๆ ขี้เกียจไปยืนเข้าคิวรอ  วนๆ ถ่ายใกล้ๆ ก็พออะเธอ

 

ผาหล่มสัก

 

ผาหล่มสัก

 

สิ้นแสงดวงอาทิตย์อีกวัน…ความกังวลเริ่มเกิดอะเธอ  คือระยะทางจากผาหล่มสัก กลับ ทับกวาง ระยะทางกว่า….9 กิโลเมตร ทำไงดีหละเนียะ!!  วิ่งซิจ๊ะรอไร?  วิ่งให้เร็วกว่าผาหมากดูกหลายๆเท่าด้วยนะ 55555+++ ถึงจะมืด ความมืดไม่ได้ทำให้ตลอดเส้นทางกว่า 9 กิโลเมตรเงียบอะเธอ  ยังคงครึกครึ้นด้วยเสียงพูด เสียงคุย และเสียหัวเราะ อย่างสนุกสนาน เพื่อนร่วมทาง บ้างก็เดินเหมือนเรา บ้างก็ปั่นจักรยาน  ผ่านผาแดง ผาเหยียบเมฆ และผาน้อย ค่อยจะถึงวังกวาง  ซึ่งแต่ละผาที่ผ่านจะมีร้านค้าขายเครื่องดื่ม อาหาร และขนมอะเธอ แวะพักซื้อกินได้จ้าาา…

พอดีระหว่างวิ่งกลับเห็นทิวสนพวกนี้สวยๆ เลยแวะกดชัตเตอร์เอาไว้ จำไม่ได้ว่าอยู่ตรงไหนกัน มันมืด ใครไปเจอปักหมุดไว้ให้ก็ดี ถ้ากลับไปอีกจะไปถ่ายใหม่อีกรอบ งี้…

 

เที่ยวภูกระดึง

 

เที่ยวภูกระดึง

 

เที่ยวภูกระดึง

 

ถึงเต็นท์ดึกเหมือนกันเธอ…แต่ไม่แคร์ เดินมาเหนื่อยๆ หมอก็พาเราไปเติมพลังด้วยหมูกระทะที่ร้านนัดพบอีกเหมือนเดิม…กินอิ่มก็ทำธุระส่วนตัว คืนที่สองแบบว่าหนาวมากกก น้ำเย็นอาบไม่ได้ ต้องไปจ้างอาบน้ำอุ่นกันเลยทีเดียว ช่วงดึกๆ วัดอุณหภูมิได้ต่ำสุด 0 องศาอะเธอ แทบไม่อยากลุกไปไหน ดีที่เช่าผ้าห่มหนาๆ กันหลายผืน นอนเบียดๆอีก พออุ่นขึ้นบ้าง

เช้าของอีกวัน ตื่นสายได้ เพลีย เหนื่อย  ลุกขึ้นมาลองนับระยะทางที่เดินเมื่อวานดู รวมแล้วเกือบๆ 25 กิโลเมตร อะเธอ จิ๊บๆ 5555++  วันนี้ต้องลงภูแล้ว หลังจากอาบน้ำ กินมื้อเช้าเสร็จก็เดินถ่ายรูปกัน เพลินๆ   สักพัก ก็ลงภู

 

เที่ยวภูกระดึง

 

เที่ยวภูกระดึง

 

เที่ยวภูกระดึง

 

เที่ยวภูกระดึง

 

เที่ยวภูกระดึง

 

เที่ยวภูกระดึง

 

ถึงที่ทำการอุทยานก็บ่ายแก่ๆ  อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า กินข้าว แล้วก็กลับกรุงเทพฯกันอะเธอ  เป็นอันจบทริป แบบแฮปปี้เอนดิ้ง  คือ เป็นอะไรที่สนุกมาก และประทับใจสุดๆ   ไม่เหงาเหมือนที่เคยไปคนเดียว  ได้เพื่อนใหม่ ได้มิตรภาพใหม่ ที่สำคัญ หมอชิลดี เขาดูแลดีมาก แนะนำเลยใครที่กำลังมองหาทริปเที่ยว แวะเข้าไปติดตามได้ที่เพจ เที่ยวเมืองไทยไปไหนก็ชิลดี  ราคาทริปไม่แพง สมเหตุสมผล แถมได้รูปสวยๆกับวิวปังๆ มุมดีๆ ไว้อัปโซเซียลอวดเพื่อนยาวๆ จ้าาาาา…

 

เที่ยวภูกระดึง

 

 

ขอบคุณที่ติดตามเธอ

เจอกันทริปถัดไปเธอ

“ตากล้อง ท่องเที่ยว”

Facebook page : ตากล้อง ท่องเที่ยว

IG :  taklongtongteaw

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

TAGS
RELATED POSTS
AGODA