ดอยม่อนจอง
Slider
เที่ยวสตูล
บทความแนะนำ เช็คอินประเทศไทย เที่ยวทั่วไทย

เที่ยวสตูล – เกาะตะรุเตา เกาะไข่ เกาะอาดัง เกาะหลีเป๊ะ เกาะราวี เกาะบุโหลนเล และปราสาทหินพันยอด

27 พฤศจิกายน 2017 (ยอดชม 5,808 views )

เที่ยวสตูล 
จริงๆเรามีโอกาสได้ไปเที่ยว จังหวัดสตูล มาหลายครั้งแล้ว แต่ละครั้งก็จะเป็นการเที่ยวแบบไม่ซ้ำกัน ส่วนทริปนี้เราจะพาไป เที่ยวสตูล ในมุมที่คุ้นเคย ในที่ที่เคยไปมาเมื่อ 3 ปีที่แล้ว นั้นคือ อุทยานแห่งชาติตะรุเตา หมู่เกาะอาดัง-ราวี และเกาะหลีเป๊ะ  ไปดูกันว่า ณ วันนี้  หมู่เกาะเหล่านี้ จะยังคงสวยงาม และน่าไปเที่ยวอยู่ไหม ไปจ๊ะไปเที่ยวพร้อมๆ กัน

ทริปนี้เราขึ้นเรื่อที่ท่าเรือปากบารา ซึ่งมีเรือไว้บริการหลายเจ้าทั้งเรือใหญ่ และเรือเร็วสปีดโบ๊ท ที่ท่าเรือปากบาราวันนี้ดูครึกครื้น หนาแน่นไปด้วยผู้คนเป็นจำนวนมาก ทราบมาว่าส่วนมากเป็นกลุ่มจิตอาสาที่เดินทางมาร่วมกิจกรรมรักษ์เล ป่า ฟ้า สตูล จัดโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล (อบจ.) ร่วมกับอุทยานแห่งชาติตะรุเตา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)สำนักงานหาดใหญ่ ปศุสัตว์จังหวัดสตูล และหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันจัดเพื่อสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมร่วมกับคณะจิตอาสา และเป็นการต้อนรับฤดูท่องเที่ยวของจังหวัดสตูล โดยไฮไลท์สำคัญของกิจกรรมคือเก็บขยะตามแนวเกาะต่างๆ และดำน้ำเก็บขยะใต้ทะเลแนวปะการัง บริเวณอุทยานแห่งชาติเกาะตะรุเตา และหมู่เกาะอาดัง ราวี  ปีนี้เป็นปีที่ 16 แล้วอะเธอ แต่เราพึ่งจะเคยได้ยิน พึ่งจะรู้ ว่ามีกิจกรรมดีๆ แบบนี้ แลดูเชยหนักมากกกกก…ถ้าเธอสนใจอยากเข้าร่วมกิจกรรมในปีถัดไป สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่  http://satunpao.go.th/main.php  

 

ท่าเรือปากบารา

กลุ่มจิตอาสาเยอะมาก

 

ท่าเรือปากบารา

กลุ่มจิตอาสาทั้งรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ ไปกันเพียบบบ…อะเธอ

 

ท่าเรือปากบารา

มีผู้หลักผู้ใหญ่กล่าวเปิดงาน ให้พรก่อนทำกิจกรรมด้วย

 

เกาะตะรุเตา
หลังจากนั่งสปีดโบ๊ทมาสักพักเราก็มาจอดเที่ยวที่เกาะตะรุเตา ซึ่งเป็นที่ตั้งของอุทยาน อุทยานแห่งชาติตะรุเตาเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของประเทศไทยนะเธอ มีชื่อเสียงทางด้านประวัติศาสตร์และความสวยงามของธรรมชาติ ตั้งอยู่ในทะเลอันดามัน ห่างจากตัวเมืองสตูลประมาณ 40 กิโลเมตร และห่างจากท่าเรือปากบารา 22 กิโลเมตร ส่วนสถานที่ที่น่าสนใจบนเกาะก็จะมี อ่าวพันเตมะละกา อ่าวจาก อ่าวเมาะและ อ่าวสน อ่าวตะโละวาว อ่าวตะโละอุดัง ถ้ำจระเข้  และหาดกรวดหินงาม  ที่กล่าวมาเราไม่ได้ไปเที่ยวหรอกเธอ มีเวลาน้อย เรือจอดให้ชม ให้เดินเล่นแป๊บเดียวที่หน้าอุทยาน บรรยากาศก็จะประมาณนี้เธอ

 

อุทยานแห่งชาติตะรุเตา

 

อุทยานแห่งชาติตะรุเตา

 

อุทยานแห่งชาติตะรุเตา

 

อุทยานแห่งชาติตะรุเตา

 

เกาะตะรุเตา

 

 

เกาะไข่
เกาะไข่ เป็นอีกหนึ่งเกาะที่ห้ามพลาดอะเธอ เป็นเกาะเล็กๆ อยู่ระหว่างเกาะตะรุเตาและเกาะอาดัง ใช้เวลาเดินทางจากเกาะตะรุเตาประมาณ 40 นาที สิ่งที่ทำให้เกาะไข่มีชื่อเสียงและโดงดังในหมู่นักท่องเที่ยวคือ ซุ้มประตูหินธรรมชาติ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของอุทยานแห่งชาติตะรุเตา บ้างก็เรียกกันว่า “ซุ้มรักนิรันดร” บ้างก็เรียก “ซุ้มประตูแห่งรัก”  บ้างก็เรียก “ซุ้มประตูแห่งคู่รัก” ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะ ลักษณะเป็นประตูหินโค้งขนาดใหญ่และเล็ก 2 ช่อง วางเรียงตัวอยู่คู่กัน มีความเชื่อว่าหากใครพาคู่รักลอดประตูช่องหนึ่ง แล้วลอดกลับออกมาทางอีกช่องหนึ่งจะได้พบกับความรักที่มั่นคง ยืนยาว  ให้ฟ้าว ให้ไวอะเธอ มีแฟนควงแฟน มีเมียควงเมีย มีสามีควงสามีไปลอดกัน ส่วนคนโสดมองบนยาวไป… อ้อลืมบอก!!! ใครที่อยากเที่ยวเกาะไข่ต้องซื้อบัตรสปีดโบ๊ทเท่านั้นนะจ๊ะ ส่วนเรือใหญ่จะไม่จอดที่เกาะไขจ้าาาา

 

เกาะไข่ จังหวัดสตูล

 

เกาะไข่

หาดทรายขาวๆ น้ำทะเลใสๆ บริเวณซุ้มประตูหิน

 

เกาะไข่

 

เกาะไข่

 

เกาะอาดัง
ออกจากเกาะไข่ เราก็นั่งเรือต่อไปที่เกาะอาดัง ซึ่งเป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตาที่ ตต.5 (แหลมสน) เกาะอาดังมีชายหาดยาวประมาณ 200 เมตร มีหาดทรายสีขาวเนื้อเนียน น้ำทะเลเป็นสีเขียวใสราวกับมรกต ในช่วงเวลาที่คลื่นลมสงบสามารถมองเห็นแนวปะการังใต้ผืนน้ำได้อย่างชัดเจน นอกจากนั้นยังมีจุดชมวิวผาชะโดอันเป็นไฮไลน์สำคัญสามารถดูดวงอาทิตย์ตกและมองเห็นเกาะหลีเป๊ะได้อย่างสวยงาม แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ปัจจุบันไม่เปิดให้ขึ้นชมแล้วอะเธอ

บนเกาะอาดังไม่มีที่พักของเอกชนนะเธอ มีแค่บ้านพักของอุทยานและก็เต็นท์ไว้บริการนักท่องเที่ยว  ร้านค้าก็เช่นกันมีร้านค้าสวัสดิการของอุทยานร้านเดียวจ้าาา..

 

เกาะอาดัง

เต็นท์ของอุทยาน ซึ่งบริเวณนี้จะเป็นที่พักของกลุ่มจิตอาสาที่กำลังเดินทางตามเรามา

 

เกาะอาดัง

ชายหาดขาวๆ สวยๆ ของเกาะอาดัง

 

เกาะอาดัง

 

เกาะอาดัง

 

จะเล่นน้ำ เดินกินลมชมวิวริมหาดก็ได้อะเธอ ที่สำคัญเช้าๆ อย่าลืมตื่นแต่เช้ามาดูดวงอาทิตย์ขึ้นสวยๆหน้าหาดด้วยนะ

 

เกาะอาดัง

 

เกาะอาดัง

เหล่ากลุ่มจิตอาสาเริ่มเดินทางมาถึง และจับจองพื้นที่กางเต็นท์นอน สำหรับคืนนี้

 

เม้าเทิร์นรีสอร์ท เกาะหลีเป๊ะ
จากเกาะอาดังเราก็ไปเช็คอินเข้าที่พัก เม้าเทิร์นรีสอร์ท รีสอร์ทหรูบนหาดซันเซท ตั้งอยู่ในทำเลที่สวยที่สุดบนเกาะหลีเป๊ะ อยู่บนเนินเขาทำให้เราสามารถมองเห็นท้องทะเลและหาดทรายจากมุมสูง นอกจากนี้เราสามารถมองเห็นแหลมทรายที่จะปรากฎในช่วงเดือนธันวาคม-เมษายน ตรงด้านหน้าของรีสอร์ทได้อย่างชัดเจน  โดยแหลมทรายนี้เป็นจุดที่ขึ้นชื่อที่สุดของเกาะหลีเป๊ะ เป็นสวรรค์ของนักเดินทาง

รีสอร์ทมีสระว่ายน้ำ ขนาดใหญ่ไว้บริการด้วยอะเธอ ห้องพักกว้างๆ ห้องอาบน้ำ และห้องถ่ายแยกออกจากกันเป็นคนละห้อง กลางคืนมีรถรับส่งไปยังถนนคนเดินที่หาดพัทยาด้วย ดีงามมม…แต่ราคาก็จะแรงหน่อยๆงี้

 

เม้าเทิร์นรีสอร์ท เกาะหลีเป๊ะ

 

เม้าเทิร์นรีสอร์ท เกาะหลีเป๊ะ

ห้องนอนกว้างๆ

 

เม้าเทิร์นรีสอร์ท เกาะหลีเป๊ะ

 

เม้าเทิร์นรีสอร์ท เกาะหลีเป๊ะ

 

เม้าเทิร์นรีสอร์ท เกาะหลีเป๊ะ

 

เม้าเทิร์นรีสอร์ท เกาะหลีเป๊ะ

สามารถมองเห็นเกาะอาดังอย่างชัดเจน

 

เม้าเทิร์นรีสอร์ท เกาะหลีเป๊ะ

ระเบียงห้องอาหาร

 

เกาะหลีเป๊ะ
เป็นเกาะที่ขึ้นชื่อและเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ตัวเกาะมีลักษณะคล้ายกระดาษขนาดใหญ่ลอยอยู่บนผิวน้ำ มีความยาวจากหัวถึงท้ายเกาะ 3 กิโลเมตร ความกว้างที่สุดอยู่ที่ 1.75 กิโลเมตร เราสามารถเดินทางท่องเที่ยวไปมาระหว่างอ่าวต่างๆ และชายหาดรอบๆเกาะได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ลำบาก บนเกาะหลีเป๊ะมีชาวเลอาศัยอยู่ยาวนาวกว่าร้อยปี ก่อนที่จะประกาศเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ดังนั้นการจัดสรรใช้ประโยชน์พื้นที่ส่วนต่างๆ บนเกาะหลีเป๊ะจึงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของชุมชนบริหารจัดการกันเอง

ทริปนี้เราได้ไปเที่ยวชมที่หาดพัทยา และก็กลับมาเดินเล่นที่หาดซันเซท เท่านั้น สำหรับหาดพัทยานั้นเต็มไปด้วยร้านอาหาร ผับ บาร์ สถานบันเทิงครบครัน อารมณ์ประมาณสีลม หรือพัทยาประมาณนั้นอะเธอ ครึกครื้นและเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งกลางวันและกลางคืน ใครที่ชอบแสง สี เสียง แนะนำห้ามพลาดหาดนี้ (ขออภัยนะเธอ ที่ไม่มีภาพประกอบของหาดพัทยา)  ส่วนหาดซันเซทเมื่อก่อนตรงนี้จะเป็นเนินทรายบริเวณกว้างยื่นลงไปในทะเลเป็นรูปทรงที่สวยงาม ฝรั่งชอบมานอนอาบแดด มาเล่นน้ำกัน  แต่สำหรับครั้งนี้เหลือหาดทรายเพียงเล็กน้อย ไม่สวยเหมือนเมื่อก่อน แลดูเปลี่ยนแปลงไปเยอะอะเธอ

 

เกาะหลีเป๊ะ

หาดซันเซท ปกติบริเวณนี้ถ้าน้ำลดเราจะมองเห็นปะการังเป็นบริเวณกว้าง

 

เกาะหลีเป๊ะ

หาดซันเซท

 

เกาะหลีเป๊ะ

หาดซันเซท

 

เกาะหลีเป๊ะ

หาดซันเซน

 

ร่องน้ำจาบัง
รุ่งเช้าอีกวันหลังจากกินมื้อเช้าเสร็จเราก็เช็คเอ้าท์และนั่งรือไปดำน้ำที่ร่องน้ำจาบังกันต่อ…”ร่องน้ำจาบัง” เป็นไฮไลท์สำคัญ เป็นสวรรค์ของโลกใต้ทะเล เป็นที่ห้ามพลาดของคนชอบดำน้ำ เพราะที่ร่องน้ำจาบังมีปะการังเจ็ดสี อาศัยอยู่รวมกันบริเวณกองหินใต้น้ำซึ่งมีด้วยกัน 5 ยอด  มี 4 ยอดที่ปกคลุมด้วยปะการังอ่อนหลากสี และอีก 1 ยอดที่เต็มไปด้วยดาวขนนกเกาะอยู่มากมาย  ในวันที่ฟ้าใสๆ แดดดีๆเราสามารถมองเห็นปะการังได้ชัดเจนเมื่อสนอร์เกิลลิ่ง หรือสกินไดวิ่ง แต่ต้องระวังในเรื่องของกระแสน้ำ พยายามเกาะเชือกไว้ เนื่องจากที่ร่องน้ำจาบังกระแสน้ำค่อนข้างแรง

วันที่เราไปโชคดีกระแสน้ำไม่แรง แถมฟ้าเปิดด้วย ไม่รอช้าอะเธอ ใส่หน้ากาก ใส่ฟินได้ก็กระโดดตู้มมมมม…ทันที โดยส่วนตัวแล้วเราเป็นคนชอบดำน้ำไง มีเหร๋อจะพลาดโอกาสดีๆ แบบนี้  อ้อ!! มาครั้งก่อนเราพลาด เพราะตอนนั้นยังไม่ได้เรียนดำน้ำ และกระแสน้ำค่อนข้างแรงเลยไม่กล้าลงเสียดายมาก ครั้งนี้เลยมาเอาคืนจ้าาาาา

 

ปะการังเจ็ดสี ร่องน้ำจาบัง

สวยงาม เวอร์วังมากอะเธอ

 

ปะการังเจ็ดสี ร่องน้ำจาบัง

ชอบ เลยพยายามฝ่าดงตีนลงไปถ่าย เพราะนักท่องเที่ยวเยอะมากกกก… ได้มาแค่นี้อะเธอ

 

ปะการังเจ็ดสี ร่องน้ำจาบัง

 

เกาะหินงาม
ดำน้ำที่ร่องน้ำจาบังประมาณ 30 นาที แล้วก็นั่งเรือไปต่อที่เกาะหินงาม ซึ่งเป็นเกาะที่มีสภาพภูมิประเทศโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ชายหาดด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะประกอบด้วยก้อนหินสีนิลรูปทรงกลมมนจำนวนมาก เมื่อก่อนหินเหล่านี้สัมผัสหรือโดนกับน้ำทะเลจะเกิดเป็นประกายมันวาวและสามารถมองเห็นชิ้นหินสีภายในก้อนซึ่งมีความแตกต่างกันไป นอกจากก้อนหินสีนิลแล้วเรายังสามารถพบเห็นหินปะการังสีขาวที่ถูกคลื่นลมซัดจนมากระจายปะปนอยู่กับก้อนหินสีนิลด้วย

ก้อนหินสีนิลบนเกาะหินงาม มีคำสาปเจ้าพ่อตะรุเตา นะเธอ อย่าเก็บ หรืออย่านำกลับบ้านหละ ว่ากันว่าใครที่บังอาจเก็บเห็นสีนิลจากเกาะนี้ไป ผู้นั้นจะได้รับซึ่งความหายนะนานัปการ จะกลับไม่ถึงบ้าน จะประสบอุบัติเหตุ จะหลุดพ้นจากหน้าที่การงาน และจะพบภัยพิบัติไม่มีที่สิ้นสุด ไม่เชื่ออย่าลบหลู่จ้าาาา…

 

เกาะหินงาม

 

ที่เกาะหินงามเราได้พบกับกลุ่มจิตอาสาที่ช่วยกันเก็บขยะ แยกปะการังสีขาวด้วย แลดูทุกคนมีความสุข สนุกสนานกับการมาจิตอาสาในครั้งนี้มากกก

 

เกาะหินงาม

หินสีนิล

 

เกาะหินงาม

 

เกาะหินงาม

เหนื่อยก็พัก มีแรงก็ทำต่อ ปรบมือให้กลุ่มจิตอาสาทุกๆคนรัวๆ

 

เกาะหินงาม

เศษปะการังสีขาวที่คลื่นซัดมา

 

เกาะราวี
จากเกาะหินงาม เราก็นั่งเรือต่อไปที่เกาะราวี ซึ่งเป็นเกาะที่มีหาดทรายที่ขาวละเอียดสะอาดเป็นแนวยาว น้ำทะเลใสมาก บนเกาะบรรยากาศเงียบสงบ ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ที่ขึ้นรอบๆ หาด  สร้างร่มเงาให้นักท่องเที่ยวได้พักผ่อน คลายร้อน รับลมทะเลเย็นๆ นักท่องเที่ยวส่วนมากที่มาเยือนเกาะราวี ส่วนใหญ่จะมาพักผ่อนกันอะเธอ เพราะมีห้องน้ำ มีร้านค้าสวัสดิการด้วย  ขอบอกส้มตำบนเกาะนี้อร่อยมาก สั่งทานได้ ห้ามพลาด

เรือจอดปุ๊บเดินหาถ่ายรูปเป็นอย่างแรกเลยเรา ขอบอกว่าเกาะราวีมีมุมถ่ายรูปสวยๆ เพียบบบ.. มีชิงช้าให้นั่งเล่นด้วย

 

เกาะราวี

 

เกาะราวี

ต้นไม้แห้ง ใช้เป็นพร็อพถ่ายรูปได้นะเธอ

 

เกาะราวี

 

ครั้งก่อนเมื่อ 3 ปีที่แล้วเรามาเกาะนี้เพื่อกินกินมื้อเที่ยง และก็เดินถ่ายรูปกัน ส่วนครั้งนี้พอเราได้ยินไกด์บอกว่ารอบๆเชือกในน้ำหน้าเกาะสามารถดำน้ำได้ มีปะการังสวยๆ ปลาหลากสีสัน ให้ดู เราไม่รอช้าจ้าาาาา… ใส่หน้ากาก ใส่ฟิน แล้วก็ลุยยยยย… สิ่งที่เห็นคืออะเมซิ่งสุดๆ เกินคาดมากมาย ทั้งปะการัง ทั้งปลา เยอะแยะไปหมด  ที่สำคัญมีน้องๆนีโม่ให้ดูเพียบบบบบ…สาบานว่าทุกภาพต่อไปนี้ถ่ายจากเกาะราวีแน่นอนจ้าาาา

 

เกาะราวี

 

เกาะราวี

 

เกาะราวี

 

เกาะราวี

 

เกาะราวี

 

เกาะราวี

 

เกาะราวี

 

 

เกาะบุโหลนเล
จากเกาะราวี เราก็ยิ่งยาวนั่งเรือชั่วโมงกว่าๆ เพื่อมายังเกาะบุโหลนเล และค้างคืนกัน 1 คืนบนเกาะนี้ ซึ่งจริงๆแล้วเกาะบุโหลนเลอยู่ห่างจากท่าเรือปากบาราประมาณ 22 กิโลเมตร นั่งเรือไม่น่าจะถึงชั่วโมงก็น่าจะถึง แต่เรามาจากเกาะราวี ทางอ้อมจ้าาาาาา… นั่งกันยาว หลับได้เป็นตื่น  สำหรับเกาะบุโหลนเล เป็นเกาะที่มีหาดทรายขาวสะอาดสวยทอดยาวเป็นบริเวณกว้าง น้ำทะเลใสสะอาดสามามารถลงเล่นได้ มีจุดดำน้ำตื้นและดำน้ำลึกกระจายอยู่หลายจุด ยามค่ำคืนบริเวณชายหาดมีปูเสฉวน ปูลม ให้ดู ให้ถ่ายภาพ นอกจากนี้เกาะบุโหลนเลยังเป็นจุดที่สามารถดูดวงอาทิตย์ตกได้อย่างสวยงามอีกด้วย

 

เกาะบุโหลนเล

 

เกาะบุโหลนเล

 

เกาะบุโหลนเล

 

เช็คอิน เก็บกระเป๋า พอดีได้ยินไกด์บอกว่าหน้าหาดสามารถดำน้ำได้ รออะไรหละ!! ใส่หน้ากาก ใส่ฟิน ลุยยยย!!! อีกรอบจ้าาาาา… น้ำตื้นจริง ด้วยลมที่แรง และยังมีฝนตกอยู่ทำให้น้ำขุ่น ไม่ใส แต่ก็พอมองเห็นความสวยงามใต้น้ำได้ สิ่งที่ได้เห็นโลกใต้ทะเลของเกาะบุโหลนเล ก็จะมี ปะการังเขากวางส่วนใหญ่ นอกนั้นก็จะมีปลา นาๆ ชนิด สีสันสวยงาม ปะการังผักกาด ส่วนดอกไม้ทะเล และน้องนีโม่ เราเจอกอเดียว ตัวเดียวในระดับน้ำที่ตื้นมาก เลยวนเล่น วนถ่ายรูปตั้งหลายนาที อ้อ!! ต้องระวังหอยเม่นด้วยนะเธอ เยอะเหมือนกัน ที่สำคัญตัวใหญ่ๆ อ้วนๆ ด้วย  ไปชมภาพกันจ้าาาา..

 

เกาะบุโหลนเล

ปะการังเขากวาง

 

เกาะบุโหลนเล

 

เกาะบุโหลนเล

อันนี้ไม่รู้เรียกว่าอะไร นุ่มๆ เวลาโดนกระแสน้ำจะพลิ้วไปตามกระแสน้ำ

 

เกาะบุโหลนเล

 

เกาะบุโหลนเล

หอยเม่นเจ้าถิ่น

 

เกาะบุโหลนเล

หอยมือเสือ

 

เกาะบุโหลนเล

พระเอกของเกาะ เจอตัวเดียวเท่านั้น

 

เกาะบุโหลนเล

ถ่ายวนไปจ้าาาา…

 

ดำน้ำเสร็จเราก็ชวนกันไปเดินสำหรับรวจเกาะอีกฝั่ง ซึ่งทราบมาว่าบนเกาะบุโหลนเลมีผู้คนอาศัยอยู่จำนวนหนึ่ง มีโรงเรียน มีโฮมสเตย์ มีที่พักมากมายบนเกาะ ที่สำคัญ มีร้านค้า ร้านอาหาร มีบาร์ เพียบบบ แต่ที่นี่ก็เงียบสงบ ไม่วุ่นวาย แลดูง่ายๆ เรียบๆ เหมาะที่จะไปพักผ่อนอะเธอ

 

เกาะบุโหลนเล

ที่พักของเรา

 

เกาะบุโหลนเล

 

เกาะบุโหลนเล

บรรยากาศช่วงเย็นหน้าที่พัก

 

เกาะบุโหลนเล

 

 

ปราสาทหินพันยอด
รุ่งเช้าของอีกวันหลังจากกินมื้อเช้าเสร็จ เราก็เช็คเอ้าท์ออกจากที่พัก จากนั้นก็นั่งเรือกลับท่าเรือปากบารา ก่อนถึงท่าเรือเราแวะเที่ยวกันที่ปราสาทหินพันยอด ซึ่งมีความโดนเด่นทางประติมากรรมตามธรรมชาติ ลักษณะด้านบนทะลุโปร่ง มองเห็นท้องฟ้าตัดกับภูเขา ที่มียอดคล้ายปราสาท และคล้ายถ้ำรอด เหมือนสะพานยื่นเข้าไปในทะเล มีความกว้างประมาณ 20-30 เมตร

จุดเด่นของ “ปราสาทหินพันยอด เกาะเขาใหญ่” เป็นปราสาทหินกลางทะเล เป็นจุดชมวิวที่มีความสวยงามทางธรรมชาติ อีกทั้งบริเวณอ่าวมะขาม ยังเงียบสงบปราศจากคลื่นลม และเมื่อระดับน้ำลดต่ำสุด จะเห็นปะการัง รวมทั้งปลาสวยงามหลากหลายชนิดที่ค่อนข้างหายากด้วย

การท่องเที่ยวปราสาทหินพันยอดจะต้องใช้เรือคายักพายลอดถ้ำเข้าไป สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/bo7luk/

 

ปราสาทหินพันยอด

 

ปราสาทหินพันยอด

 

ปราสาทหินพันยอด

 

ปราสาทหินพันยอด

 

ปราสาทหินพันยอด

 

ปราสาทหินพันยอด

 

เสร็จจากเที่ยวปราสาทหินพันยอด เราก็กลับท่าเรือปากบารา จากนั้นก็แวะทานมื้อเที่ยงและก็นั่งรถกลับสนามบินหาดใหญ่ เป็นอันจบทริป เที่ยวสตูล … ในความรู้สึกเรา หลายๆเกาะ หลายๆที่ที่เคยไป แลดูเปลี่ยนไป และเปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย บางที่เห็นแล้วถึงกับใจหาย จากที่เคยเงียบสงบกลับวุ่นวาย มีรีสอร์ทเกิดขี้นเพียบบบ… รู้สึกดีใจ ที่ได้ไปเที่ยว ได้ไปเห็นก่อนหน้านี้ ถ้าถามเราว่าตอนนี้ยังน่าเที่ยวอยู่ไหม? เรากล้าบอกเลยว่า ยังน่าเที่ยวอยู่ เพราะเป็นส่วนน้อยที่เปลี่ยนแปลง ยังมีอีกหลายๆส่วน หลายๆเกาะที่ยังคงสวยงาม ยังสมบูรณ์ และน่าไปเที่ยว ให้ฟ้าว ให้ไวอะเธอ….

ขอบคุณที่ติดตาม
เจอกันใหม่ทริปหน้าจ้าาาาา….

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

TAGS
RELATED POSTS
AGODA