ดอยม่อนจอง
Slider
ทะเลหมอก ภูทับเบิก
ไดอารี่

ตามหา ทะเลหมอก ที่ ภูทับเบิก ตอนที่ ๑

6 กรกฎาคม 2016 (ยอดชม 2,476 views )

ทะเลหมอก ภูทับเบิก

“ชีวิต คือการเดินทาง”  เป็นประโยคที่คลาสสิค ที่ผมได้ยินบ่อย ๆ จนจำมันได้ดี
อาจเพราะความหมายที่มันกินใจเชิงอุปมาอุปไมย
เลยทำให้ประโยคนี้มาวนๆ เวียนๆ ในความคิดของผมทุก ๆ ครั้งก่อนออกเดินทางเสมอ
มันไม่ใช่ข้ออ้างที่จะใช้เวลาว่างเพื่อเที่ยว
แต่มันเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้ผมยิ้มได้อย่างภาคภูมิใจก่อนออกเดินทาง

ราตรีของวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๘ ในเวลานี้หลายๆคนคงหลับไหลเพราะเหนื่อยจากงานที่ทำมาทั้งวัน
บ้างอาจจะนอนกอดหมอน บ้างอาจจะนอนกอดคนรัก บ้างอาจจะกำลังฝันหวาน
แต่สำหรับผมราตรีนี้เป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางสู่่วิมานบนดินที่หลายๆคนเรียกขาน
“ภูทับเบิก” คือปลายทางของทริป

การเดินทางที่ยาวนานกินเวลาราว ๆ ๘ ชั่วโมง ประมาณเวลา ๐๔.๓๐ น. ผมได้มาถึงจุดหมายแรกของทริป
นั่นคือ  “พีโน่ ลาเต้ รีสอร์ท” ที่ที่ใครหลายๆคนต้องแวะมาสร้างความทรงจำ สร้างภาพ
เพราะความโด่งดังจากการถูกแชร์สนั่นบนโลกอออนไลน์
เวลานี่ ที่นี่ยังคงหลับไหล ไร้ผู้คน ไร้แสงไฟ มีเพียงแสงดาวที่เปล่งประกายระยิบระยับบนทองฟ้า
ผมรีบหยิบเสื่อที่เตรียมมาปู แล้วเอนกายลงนอน มองดาวบนท้องฟ้า
ผมจำไม่ได้จริง ๆ ว่านานเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้มองฟ้าดูดาว
บางทีมันอาจจะนาน นานพอๆกับช่วงเวลาที่ผมได้ใช้ชีวิตในป่าคอนกรีตก็ได้
ฟ้าในราตรีสวย และไม่เหงา เพราะมีหมู่ดาวเป็นเพื่อน
ต่างจากใครบางคน ที่นอนชื่นชมราตรีที่งดงามนี้….เพียงลำพัง

ภาพของดาวที่เคยชัดเจนค่อยๆเลือนลางและจางหายไป
พร้อม ๆ กับท้องฟ้าเริ่มระบายสี  หน้าที่ของราตรีได้สิ้นสุดลง
และทิวากำลังเริ่มทำหน้าที่ของมัน ผมเก็บเสื่อขึ้นรถ
จากนั้นก็หยิบกล้องคู่ใจ หวังจะเก็บความประทับใจกับแสงแรกของที่นี่
แต่แล้วก็ต้องผิดหวัง มวลเมฆมหาศาลก่อตัวเป็นก้อนดำทะมึนปรากฏตรงหน้า
เช้านี้ที่  “พีโน่ ลาเต้ รีสอร์ท” ไม่มีแสงแรก
เช้านี้ที่ “พีโน่ ลาเต้ รีสอร์ท”  ไม่มีทะเลหมอก
เช้านี้ที่ “พีโน่ ลาเต้ รีสอร์ท” มีเพียงผมกับความผิดหวัง

บนความผิดหวัง ก็ยังมีความสวยงามซ่อนอยู่ หรือจะพูดให้สวยหรู
ฟังดูแล้วรู้สึกดีน่าจะเป็นประโยคที่ว่า “ในความโชคร้าย ยังมีความโชคดี”
ท้องฟ้าที่ระบายสีเทา ไล่เฉดสีไปจนถึงดำ ลอยเหนือทิวเขาที่ถูกวางเรียงกันเป็นชั้นๆ
ประหนึ่งว่าภูเขาเหล่านั้นกำลังหยัดยืน มุ่งมั่น พยายามต้านทานต่อสู้กับพายุฝน
สำหรับผมแล้วสิ่งที่เห็นตรงหน้าแม้จะดูน่ากลัว แต่ยังมีความงามซ่อนอยู่
เป็นความงามในแบบที่มันเป็น ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน
เป็นความงามที่เราไม่มีโอกาสได้เห็น….หากไม่เกิดพายุฝน

 ทะเลหมอกภูทับเบิก

———————————– ” ————————————-
ชีวิตคนเราก็เหมือนภูเขา ปัญหาก็เหมือนพายุฝน  
ที่เราไม่รู้ว่ามันจะก่อตัวและเข้ามาหาเราตอนไหน   
หากเรามุ่งมัน พยายาม หยัดยืน ไม่ท้อถอยเช่นภูเขา 
ฟ้าหลังฝนที่ใครหลายๆคนว่างดงาม 
จะกลายเป็นรางวัลที่เราควรจะได้รับ
———————————– ” ————————————-

ผมใช้เวลาไม่นานนักกับ “พีโน่ ลาเต้ รีสอร์ท”  จากนั่นก็มุ่งหน้าสู่ไปรษณีย์เขาค้อ
สถานที่ที่รู้จักกันดีในกลุ่มคนรักทะเลหมอก เป็นจุดที่มีโอกาสเกิดทะเลหมอกค่อนข้างดี
ทันที่ที่รถจอด สิ่งที่ผมเห็นตรงหน้าทำให้ตาที่เหนื่อยล้าจากการอดนอนลุกวาว
ริ้วของหมอกบาง ๆ ที่กำลังเคล้าคลอกับยอดไม้และใบหญ้า
ตามจังหวะของแรงลม โดยมีฉากหลังเป็นภูเขา แลดูงดงาม
ยากเกินกว่าที่จะรอ รออะไรหละ!!  ผมรีบคว้ากล้องคู่ใจ  จับจองที่เหมาะๆ
จากนั้นก็ลั่นชัตเตอร์รัว ๆ

ละเลหมอกภูทับเบิก

———————————– ” ————————————-
บางที่การผิดหวัง 
อาจเป็นบททดสอบการเดินทาง 
หากหมดหวัง ถอดใจ และไม่ลุกขึ้นแล้วก้าวต่อไป 
ก็ยากที่จะสมหวัง 
———————————– ” ————————————-

ผมใช้เวลาซึมซับบรรยากาศที่ไปรษณีย์เขาค้อค่อนข้างนานเป็นพิเศษ
เพราะรู้ดีว่าช่วงเวลานาทีทองนี้ไม่ได้มีโอกาสเกิดขึ้นบ่อย
ประสบการณ์สามครั้งที่ผ่านมา  ยืนยันได้เป็นอย่างดี
และนี่ก็เป็นเหตุผลที่เพียงพอ
พอที่ทำให้ผมเดินวนๆ เวียนๆ อยู่ที่นี่จนเลยมื้อเที่ยงของวัน

อำลาไปรษณีย์เขาค้อ  ด้วยก๋วยเตี๋ยวข้างทาง
ชามขนาดกำลังพอดี รสชาติพอได้หายหิวไปสักระยะ
จากนั้นก็มุ่งสู่ยอดปลายของภูทับเบิก
ระหว่างทางขึ้นภูทับเบิกยังคงความงดงาม และ
ทำให้หัวใจของผมพองโต ไม่น้อยกว่าครั้งที่ผ่านมา
พอๆกับความคดเคี้ยวเลี้ยวโค้งแบบหักศอกของเส้นทาง
ที่มักจะส่งผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจ
ยากเกินจะควบคุม

หลังจากท้องไส้ปั่นป่วน กระอักกระอ่วน จนอ้วกแทบจะพุ่ง
รถก็ชะลอความเร็วลงและหยุดจอด ณ จุดชมวิวศาลาแปดเหลี่่ยม
ถือเป็นความโชคดี…ที่ก๋วยเตี๋ยวมื้อเที่ยงชามนั้น
ไม่ถูกส่งผ่าน ลำไส้  ไปลำคอ และมาออกทางปาก ทางเดิมที่มันเข้าไป
นั่งพักบนรถสักระยะ ให้เวลากับร่างกายได้ปรับตัว
พอทุกอย่างเข้าทีเข้าทางเป็นที่เรียบร้อย
ก็หยิบกล้องออกไปส่องความสวยงาม ตามท้องเรื่อง
ณ จุดนี้…นอกจากจะมองเห็นวิวข้างล่างได้ชัดเจน
และมีวิวที่สวยงามแล้ว
ยังมองเห็นถนนที่คดเคี้ยวเป็นเลขสาม
อันเป็นจุดเด่นและไม่ควรพลาดสำหรับการมาเยือน

ทะเลหมอกภูทับเบิก

เต็มอิ่ม เต็มที่ กับจุดชมวิวศาลาแปดเหลี่่ยม
พอๆกับร่างกายได้กลับสู่ภาวะปกติ
จากนั้นก็มุ่งหน้าต่อไป
ซึ่งดูเหมือนว่าเส้นทางที่ผ่านมา
จะกลายเป็นเรื่องจิ๊บๆ
เมื่อเทียบกับเส้นทางจากจุดนี้ไป
รถค่อยๆไต่ระดับสูง สูงขึ้นเรื่อย ๆ
ตามเส้นทางที่คดเคี้ยว
บางช่วงบางตอนก็ทำให้รู้สึกหวาดเสียว
แทบไม่อยากเหลียวมองหลัง
กว่าจะถึงจุดชมวิวหน่วยทับเบิก
ถึงกับรู้สึกเหนื่อย มันไม่ใช่การเหนื่อยกาย
แต่เป็นการเหนื่อยใจ
เพราะต้องคอยลุ้นตลอดเส้นทาง
กับเสียงเครื่องยนต์ของรถ
ที่ดูเหมือนจะเงียบหาย
ในบางเวลา

จุดชมวิวหน่วยทับเบิกในบ่ายวันนี้
ลมค่อนข้างแรง อากาศเย็นสบาย
วิวด้านล่างมีกลุ่มก้อนของเมฆหมอกลอยต่ำประปราย
มีภูเขาสูงเป็นฉากหลัง
และทำหน้าที่แบ่งเส้นขอบฟ้า
กับกลุ่มก้อนเมฆเหล่านั้นออกจากกันอย่างชัดเจน
แลดูสวยงาม
และแน่นอนไม่มีความงามใด
ที่จะไร้ผู้เชยชม
กลุ่มสาวๆ วัยกำดัด แรกรุ่นดรุณี
สี่ถึงห้าคน พวกเธอมาถึงก่อนหน้าผม
และพวกเธอกำลังวุ่นวายกับการจับจองพื้นที่สวยๆ
มุมงามๆ เพื่อสร้างความทรงจำของพวกเธอ
บ้างก็ถ่ายรูป บ้างเดินชมวิว
บ้างก็ส่งเสียงเจี๊ยวจ้าว
สนุกสนาน ครื้นเครง แลดูมีความสุข

พรุ่งนี้พวกเธอจะยังมีความสุขอยู่ไหม?
พรุ่งนี้พวกเธอจะยังมีรอยยิ้มอยู่ไหม?
พรุ่งนี้พวกเธอจะยังหัวเราะอยู่ไหม?
และพรุ่งนี้เส้นทางชีวิตของพวกเธอจะยังคงราบรื่นดีไหม?
คำถามที่ไม่มีคำตอบเหล่านี้
เป็นเรื่องของ ” กาลเวลาที่ยังมาไม่ถึง ”
ที่ไม่ว่าจะเป็นผมหรือพวกเธอต่างก็่มิอาจล่วงรู้
อย่างที่ผู้รอบรู้หลายๆท่านได้บอกไว้
” ชีวิตของคนเราไม่มีอะไรแน่นอน  ”
การเปลี่ยนแปลงเพียงเสี้ยวนาที
หลายๆอย่างที่เคยเป็นอยู่อาจเปลี่ยนไป
จนเราคาดไม่ถึง
แต่กระนั้นก็อย่าได้วิตก กังวล กับวันพรุ่ง ที่ยังมาไม่ถึง
จนลืมทำวันนี้ เวลานี้ และเดี๋ยวนี้ให้มีความสุข
เหมือนกับที่พวกเธอกำลังเป็นอยู่
แววตาแห่งความสุขเปล่งประกาย
ร้อยยิ้มที่มาจากใจ ไร้แววของความทุกข์
สะกดตา สะกดใจ ชวนให้ผมหลงไหล
กว่าจะหลุดจากมนต์แห่งความสุขน้้น
พวกเธอก็เดินจากผมไปเสียแล้ว
แอบเสียดาย แอบโกรธตัวเอง
ที่ไม่ได้เก็บภาพแห่งความสุขนั้นไว้

ทะเลหมอกภูทับเบิก

เดินฟอกปอดให้สะอาด
พร้อม ๆ กับเก็บภาพวิวสวยๆ จนพอใจ
จากนั้นก็เดินทางต่อ
ใช้เวลาครู่เดียวก็ถึงจุดหมายปลายทางของทริป
จัดแจงข้าวของเครื่องใช้ลงจากรถ
แล้วก็เดินหาที่พัก
วันนี้เป็นวันเสาร์ นักท่องเที่ยวค่อยข้างเยอะ
ที่พักแทบจะไม่เพียงพอกับจำนวนนักท่องเที่ยว
ดีหน่อยที่เราไปถึงเร็ว เลยพอมีห้องว่างให้ได้เช่า
เป็นรีสอร์ทเปิดใหม่ บางหลังยังสร้างไม่เสร็จ
ส่วนราคาก็ตกห้องละ ๑,๐๐๐ บาท
จ่ายค่าเช่าแล้วก็เอากระเป๋าไปเก็บ
ต่อด้วยเดินขึ้นไป อาคารดูดาวและที่วัดอุณหภูมิ
ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของภูทับเบิก
อุณหภูมิวันนี้ ๑๙ องศา อากาศค่อนข้างเย็น
ไปจนถึงหนาว แม้จะเป็นฤดูฝนก็ตาม

ทะเลหมอกภูทับเบิก

ผมเดินเก็บภาพไปเรื่อย ชอบมุมไหน
ตรงไหนสวย ก็กดชัตเตอร์รัว ๆ
นักท่องคนอื่นๆ ก็ทยอยกันมา
จนรีสอร์ทเต็ม
ลานกางเต็นท์รอบ ๆ อาคารดูดาว
ที่เคยว่างเปล่าเต็มไปด้วยเต็นท์ของนักท่องเที่ยว
เรียงรายเป็นแถว ดูมีสีสัน สวยงาม
เย็นนี้ผมไม่ได้เห็นดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า
และท้องฟ้าไม่ได้ระบายสีเหลืองทอง
เพราะท้องฟ้าภูทับเบิกเวลานี้ปกคลุมไปด้วยก้อนเมฆสีดำ
หลังจากทิวาได้ทำหน้าที่ของมันเสร็จสมบูรณ์
สายลมที่เคยแผ่วเบาก็เพิ่มความแรงขึ้นเท่าทวีคูณ
ความหนาวที่เคยพอทน กลายเป็นสุดที่จะทน
ผมรีบกลับลงมาห้องพัก รีบอาบน้ำ
แล้วก็ออกไปหามื้อเย็นทาน
ระหว่างทานมื้อเย็น
อยู่ ๆ ท้องฟ้าก็สว่าง
มวลเมฆได้จางหายไปบางส่วน จนเริ่มมองเห็นแสงดาว
ความหวังที่จะได้นอนนับดาว
ความหวังที่จะได้เก็บภาพทางช้างเผือกพาดผ่านภูทับเบิก
เริ่มมีความเป็นไปได้
แอบยิ้ม แอบคิด แอบหวัง 😀
แต่แล้ว….
ความหวังก็สูญสลาย
หลังจากทานมื้อเย็นเสร็จ
ท้องฟ้าแปรปรวน  ลมกระโชกแรง
ฟ้าร้องระงม ฝนเริ่มตกปรอย ๆ
ผมรีบวิ่งกลับห้อง จากนั้นฝนก็กระหน่ำตกอย่างแรง

ผมรีบเดินเข้าห้อง ลงกลอนประตู
หยิบผ้าเช็ดตัวที่แขวนอยู่ข้างฝาเช็ดตัวที่เปียก
และผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ชุ่มฝนเป็นตัวใหม่
แล้วเดินไปที่เตียง ค่อยๆ เอนกายลงนอน
ตามด้วยผ้าห่มหนาๆ อีกสองผืน
ฝนยังคงทำหน้าทีของมันได้ดี
โดยไม่มีวี่แววว่าจะหยุด
นางเมขลาก็เช่นกัน
ยังคงขยันล่อแก้วรามสูรโดยไม่รู้จักเหน็ดไม่รู้จักเหนื่อย
ภายใต้บรรยากาศที่สุ่มเสี่ยงต่อการตกอยู่ในภวังค์แห่งความเหงา
อยู่ๆใบหน้าของใครคนหนึ่งก็ลอยเข้ามาในห้วงของความคิด
เขาไม่ใช่คนรักของผม
เขาไม่ใช่เพื่อนสนิท มิตรสหายของผม
เราไม่เคยเจอกัน
แต่เราเคยคุยกันผ่านโลกออนไลน์
เขาเป็นผู้รอบรู้เรื่องทะเลหมอก
และสิ่งที่เขาเคยบอกกับผมไว้เมื่อหลายเดือนก่อน
ทำให้ผมถึงกับยิ้ม ยิ้มแบบกว้างๆ ยิ้มอย่างผู้มีชัยชำนะ
ก่อนจะเผลอหลับไปท่ามกลางสายฝนที่โปรยลงมาไม่ขาดสาย

ทะเลหมอกภูทับเบิก

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

TAGS
RELATED POSTS
AGODA