ดอยม่อนจอง
Slider
ภูทับเบิก
เที่ยวทั่วไทย ไดอารี่

เติมฝัน เติมไฟ เติมใจ ที่ ภูทับเบิก

31 ตุลาคม 2016 (ยอดชม 6,588 views )

ภูทับเบิก

ตราบที่ลำตัว..ยังตั้งฉากกับพื้นโลก
ตราบที่หัวใจ..ยังมีแรงสูบฉีด
ตราบนั้น..ชีวิตยังมีหวังเสมอ
ชีวิตมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ..การเหนื่อยล้ากับการทำงาน..ถือเป็นเรื่องปกติ
แต่ละคนก็มีวิธีการรีแลกซ์ เติมพลัง ชาร์ตไฟให้กับชีวิต แตกต่างกัน
สำหรับเราแล้ว..การได้ออกไปท่องเที่ยว..คือวิธีที่เราใช้เติมพลังให้ชีวิตอยู่เป็นประจำ

เมื่อกลางๆปี…มีอยู่ทริปหนึ่งที่เราประทับใจมากๆ
แต่การไปในครั้งนั้น เราตั้งใจไปพักผ่อนเพียงอย่างเดียว..ไม่ได้ตั้งใจไปถ่ายภาพเพื่อนำมารีวิวแต่อย่างใด
จึงเอาแค่กล้องตัวเล็กๆไป…แต่พอได้ไปเห็นแล้ว..ต้องบอกว่า…มันสุดยอดมากกก!!
เลยนำมาทำรีวิวสั้นๆ…เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ให้เพื่อนๆได้ดูกัน

จริงๆ ทริปนี้เรานัดเพื่อนสนิท 3-4 คน แต่พอดีเพื่อนติดธุระ เลยไม่ได้ไปด้วย แต่โชคดียังมีพี่ที่สนิทกันอีกคนว่าง เลยยังพอมีเพื่อนร่วมเดินทาง ^0^

ภูทับเบิก

เราออกเดินทางจาก กทม. ตอนเที่ยงคืน เพราะตั้งใจจะให้ถึงจุดหมายแรก เพื่อนั่งจิบกาแฟ และดูทะเลหมอกในยามเช้า ที่ Pino Latte เขาค้อ…คงจาฟินน่าดู
  

เรื่องเล่าระหว่างทาง…

การเดินทางราบรื่นเป็นอย่างดี…จนกระทั่งเราเปลี่ยนเส้นทาง
จากที่ต้องวิ่งเข้าไปในตัวเมือง…ก่อนถึงเพรชบูรณ์…พี่เราเห็นป้ายข้างทางเขียนว่า “แคมป์สน”…ซึ่งอยู่ที่เขาค้อ..ปลายทางของเรา
พี่ชายที่ทำหน้าที่เป็น Navigator บอกทาง (ซึ่งรู้ทางบ้าง..ไม่รู้บ้าง -__-) แนะนำว่าลองไปทางนี้…
เราเลยเลี้ยวและวิ่งไปตามเส้นทางนั้น…คิดว่าน่าจะเป็นทางลัด
กลายเป็นว่า…วิ่งขึ้นเขา ซึ่งเป็นทางที่คดเคี้ยวและค่อนข้างชันทีเดียว
เลยทำให้เราใช้ความเร็วได้น้อยลง…และสิ่งที่ตั้งใจไว้อาจเป็นแค่ความฝัน…
หลังจากขับไต่ขึ้นเขาแล้ว จะเป็นถนนบนหลังเขา ซึ่งเป็นทางไม่ชัน แต่ยังคดเคี้ยวเหมือนเดิม
พอทางตรงเราก็เร่งความเร็ว…พอถึงโค้งก็เหยียบเบรค…สลับกันไปมา อยู่ตลอดทาง
จนทำให้ Navigator ที่นั่งอยู่ข้างๆเรา..พูดขึ้นมาว่า… “พี่ว่าเองต้องจอดแล้วหล่ะ”
จอด!..จอด!…จอด!  ตรงนี้แหละ..เป็นคำพูดถี่ๆ ที่เราต้องแอบรถเข้าจอดข้างทางทันที
พอรถจอดนิ่งเท่านั้นหล่ะ… Navigator ของเราเปิดประตูรถพรวดออกไป..แล้วอ๊วกเรยจ้า…ฮาาา
เราก็นั่งหัวเราะท้องแข็งอยู่ในรถ..พร้อมกับ Live สดพี่แกอ๊วกออกอากาศผ่าน Facebook Live อีกทีด้วย ^++++^
หลังจากพี่แกเสร็จธุระ..แล้วก็เดินกลับเข้ามาในรถ พร้อมกับบ่นพรึมพรำว่า…นี่นั่งรถมาก็หลายสิบปี…พึ่งมาอ๊วกตอนนั่งกับมรึง..นี่แหละ…ฮาา

หลังจากนั้นเราก็ขับแบบธรรมดาๆ ไม่รีบร้อนเหมือนเดิม….เพราะคนข้างๆนั่งซึมเป็นอ่างร้าว…เพราะเมารถอยู่…ฮา

เราเลี้ยวเข้ามาทางเดียวกับทางที่ไปวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว
ขับผ่านวัดมาเรื่อยๆจะเป็นถนนเล็กๆ..วิ่งขึ้นเขา…ทางชันเอาเรื่องเหมือนกันนะ

ราวๆ 6 โมงเช้า..ก็ถึงจุดหมายปลายทางแรกของเราแล้ว….Pino Latte
ภาพแรกที่เห็น…น้ำตาจิไหล…ไม่เสียทีที่อดตาหลับ…ขับตานอน มาทั้งคืน…หมอกเต็มเรยจ้า..อากาศเย็นสดชื่นมากๆๆ
อาการง่วงของเราหายเป็นปลิดทิ้งเลย…
เราขับรถอ้อมมาจอดรถบริเวณด้านหลังตรงเชิงเขา….

ภูทับเบิก

ลานจอดรถ…Pino Latte

 

บริเวณที่จอดรถตรงนี้ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่เหล่าตากล้องทั้งมืออาชีพและสมัครเล่นทั้งหลายชอบมาตั้งกล้องถ่ายภาพตรงนี้…เพราะเป็นจุดที่สูง ทำให้ได้ภาพมุมกว้างสวยๆดีทีเดียว

ภูทับเบิก

ด้านหลังของวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว…ถ่ายจากบริเวณที่จอดรถ Pino Latte

 

เดินลงมาผ่านซุ้มประตูใหญ่ของร้าน ด้านล่างก็จะเป็นลานสำหรับนั่งจิบกาแฟดูทะเลหมอกอีกจุดหนึ่ง

ภูทับเบิก

ถัดลงมาอีกหน่อยก็จะมีแปลงดอกไม้..ดอกหญ้า..อยู่ริมผา..เติมเต็มบรรยากาศ.ราวกับว่าอยู่ในช่วงพีคที่สุดของฤดูหนาวเลย

ภูทับเบิก

 

ภูทับเบิก

 

ภูทับเบิก

 

ภูทับเบิก

ความรักนั้นบางทีก็เหมือนกับดอกไม้…ไม่ว่าจะเกิดที่ไหน…ก็เบ่งบานได้เช่นกัน
และหากเป็นรักแท้…เมื่อเกิดขึ้นแล้ว..มันจะอยู่อย่างนั้น…ไม่หายตามกาลเวลา(พี่ก้องห้วยไร่..ก็มา ฮา )

 

หลังจากเดินเก็บภาพบรรกาศเสร็จเรียบร้อยแล้วผมก็สั่งกาแฟ..คาปูร้อน ของโปรด มานั่งดื่มด่ำทามกลางทะเลหมอกอย่างที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก…พร้อมกับพี่ชายที่เป็นเพื่อนร่วมทางเพียงคนเดียวในทริปนี้

DSCF1847
แต่เอิ่มมม..พี่ผม..กินกาแฟเสร็จแล้วหลับซะงั้น…นี่ถ้าแบตมือถือไม่หมดก่อน..คงมี Live กันอีกแน่ๆ ^+++^
(แต่หลังจากรีวิวนี้ออกไป…แกคงตัดสินใจเลิกคบผมเป็นแน่แท้ 5555+)

 

นั่งดิ่มกาแฟอยู่ที่นี่ราวๆ 2 ชั่วโมง…ก่อนไปยังจุดหมายต่อไป…เลยหามุมฮิปสุดฮอต ถ่ายภาพตัวเองเก็บไว้ซะหน่อย

DSCF18821

 

ราวๆ 9.30 เราออกจาก Pino Latte มุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทางหลัก ที่เราจะค้างคืนกันในทริปนี้ นั่นก็คือ ไร่ริมผารีสอร์ท บนภูทับเบิก ซึ่งเรายังไม่เคยไปพักที่นี่เลย การเดินทางนั้นก็เช่นเคย เราใช้บริการ App นำทางในโทรศัพท์มือถือเหมือนเดิม
เราขับรถไปตามแผนที่นำทางในมือถือไปเรื่อยๆ เส้นทางจะเป็นทางขึ้นเขาลาดชันและคดเคี้ยวมากๆ ขับรถต้องใช้เกียร์ต่ำอย่างเดียว จนมาถึง “จุดชมวิวหน่วยทับเบิก” บริเวณด้านหน้าทางเข้าอุทยานฯภูหินร่องกล้า

DSCF1937

 

ที่จุดชมวิวหน่วยทับเบิกนี้จะมีร้านค้าชาวเขา ซึ่งจะมีทั้งของกินและของที่ระลึกหลายอย่างเลย และยังมีห้องน้ำฟรีไว้ให้บริการอีกด้วย ตรงจุดนี้อากาศค่อนข้างหนาวเย็น รู้สึกหิวๆหนาวๆ เลยจัดมันเผาไปชุดนึ่ง อร่อยดีนะ แก้หนาวได้ด้วย อิอิ

 

DSCF1933

 

DSCF1943

 

DSCF1935 copy

ทางขึ้นเขา

DSCF1976

ตลาดเล็กๆของชาวเขา มีทั้งของกิน ของใช้ ของฝาก และของที่ระลึก

ออกจากจุดชมวิวหน่วยทับเบิกขับรถไปตาม GPS นำทางไปยังไร่ริมผา เราขับตามไปเรื่อยๆ ซึ่งเหลือระยะทางอีก ราวๆ 5 กิโลเมตร ก็ถึงจุดหมาย แต่พอขับไปใกล้ๆจะถึง 5 กม.แล้ว  GPS เจ้ากรรม กลับขยายระยะทางให้เราอีกซะงั้น จากที่แค่อีก 5 กม.ถึงจุดหมาย กลับเพิ่มอีกเป็นหลาย กม. แถมสัญญาณขาดๆหายๆ เป็นบางจุด เอาไงดีละทีนี้…เปลี่ยนแผนให้ไวสิครับ เลิกพึ่ง App หันมาพึ่งคนในพื้นที่แทน…พอลงไปถามทาง  ได้คำตอบว่า คุณเลยมาไกลแล้ว!…โน่นเขาลูกโน้น

wrongway

จากภาพจะเห็นว่าเส้นสีเหลืองคือเส้นทางที่เราขับเลยไร่ริมผาตรงบ้านหลังสีฟ้า ปลายหมุดสีเขียว มาตั้งไกลแล้ว ต้องย้อนกลับไปอีก -__-“

 

แต่ข้อดีของการหลงทางนั่นคือ ความตื่นเต้นเร้าใจ และการได้เรียนรู้เส้นทางใหม่ๆ และรู้จักสถานที่ใหม่ๆไปในตัวด้วย…ขอแถแก้เขิลนิดส์ ^_^”

DSCF1981

มุมนี้สวยใช้ได้ ถ้าไม่หลงทางมา ก็คงไม่ได้เห็นภาพนี้  กิกิ

 

เราเดินทางมาถึงไร่ริมผารีสอร์ท ในช่วงบ่ายแก่ๆ เพราะหลงทางอยู่นานเหมือนกัน หลังจากจองเต๊นท์และกางเต็นท์ตามบริเวณที่ทางรีสอร์ทกำหนดให้แล้ว เราก็เก็บภาพบรรยากาศริมผา จุดชมวิวทะเลหมอกกันก่อน

DSCF2001

จุดชมวิวบริเวณหน้าผา ไร่ริมผารีสอร์ท

DSCF2009

 

DSCF2011

พื้นที่กางเต๊นท์เช่าของทางรีสอร์ท

ในช่วงบ่ายๆ จะมีเพียงกลุ่มเมฆหมอกบางๆลอย คละคลุ้งคลอเคลียอยู่ตามปลายเขา เบื้องล่างก็จะเป็นพื้นที่ราบลุ่มสีเขียว และมองเห็นตัวเมืองได้จากบนนี้

ตกตอนเย็นอากาศที่นี่อยู่ราวๆ 18-21 องศา ที่ชอบมากๆก็คือ ที่นี่มีหมูกะทะให้บริการด้วย ชุดเล็ก 400 บาท ชุดใหญ่ 500 บาท เราเลยเลือกสั่งมาชุดใหญ่ กินกันยาวๆให้หายหนาวไปเลย  พร้อมกับนั่งชมวิวด้านล่างที่มองเห็นไฟในตัวเมืองเป็นสีทอง สวยงามดีทีเดียว….ฟินสุดๆ บอกเลย

ทานกันจนอิ่มแล้ว ก็ไปอาบน้ำแล้วก็เข้านอนในเต็นท์ อากาศเย็นดี หลับสบายมากๆ
พอถึงช่วงราวๆ ตี4 ปรากฏว่าฝนตกหนักมากๆ ยังแอบคิดในใจว่า เต๊นท์เล็กๆ จะเอาอยู่ไหม..เพราะทั้งลมทั้งฝนที่ถาโถมใส่
ถ้าหนักมากๆจริงๆก็คงต้องย้ายเข้าไปนอนในรถที่จอดอยู่ไม่ไกลนักก่อน…โชคดีที่ยังเอาอยู่…หลับต่อจนถึงรุ่งสาง

 

เขาบอกว่าฟ้าหลังฝนนั้นงดงามเสมอ….เราว่าอันนี้จริง
และยิ่งเป็นฟ้าหลังฝนบนภูทับเบิกแห่งนี้แล้วละก็….มันงดงามเป็นเท่าตัวเลยหล่ะ
การมาในครั้งนี้เราโชคดีมากที่ฝนตกในช่วงก่อนสว่าง…ทำให้เกิดทะเลหมอกที่งดงามสุดจะบรรยายแบบนี้

DSCF2033

ณ จุดชมวิวไร่ริมผา..ในช่วงเช้าๆ จะริ่มมีคนทยอยเดินมาชมตะวันขึ้นท่ามกลางทะเลหมอกสีขาวปุกปุย ปกคลุมจนเต็มพื้นที่

DSCF2041

 

DSCF2048

 

DSCF2055

 

DSCF2063

 

DSCF2095

 

DSCF2097

ตะวันดวงเดิม..ที่เราเห็นเป็นประจำในทุกๆวัน…แต่ทำไมวันนี้มันดูสวยงามกว่าเดิม..อิจฉาคนมีคู่ที่เขากอดคอยืนดูด้วยกันจัง
ตะวันดวงเดียวกันนี้..คงงดงามกว่าที่เราเห็นหลายเท่านัก

 

DSCF2145

ก็มีเหม่อบ้าง…เพ้อบ้าง..ตามประสาคนโสด กับบรรยากาศแบบนี้

DSCF2146

แอบส่องสาวแปร๊ป

 

ช่วงสายๆแล้ว แต่ทะเลหมอกยังไม่จางไป..เหมือนอารมณ์ประทับใจของเราก็ยังอยู่เหมือนเดิม   ต่างคนต่างเก็บภาพสวยแบบนี้ไว้เยอะๆ เพราะกว่าจะได้มีภาพบรรยากาศแบบนี้ บางทีต้องอาศัยดวงด้วยเช่นกัน

DSCF2177

 

DSCF2183

ก่อนกลับขออีกซักภาพ…เพราะกว่าจะได้มาอีกคงปีหน้า

LOGO1

ทิ้งภาพประทับใจใบนี้ฝากไว้ ปีหน้าวันฝนพรำไว้เจอกันใหม่…บ๊ายบาย…ภูทับเบิก

ขอบคุณเพื่อนๆชาวแฟนเพจของ ตากล้องท่องเที่ยว ทุกคนที่ติดตาม
ขอบคุณพี่ชายที่เป็นเพื่อนร่วมเดินทางและเป็นตากล้องให้ผมได้มีภาพในเฟรมกะเขาบ้าง
หากผิดพลาดประการใด ก็ขอภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ

——————————-

// ]]>

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

TAGS
RELATED POSTS
AGODA