ดอยม่อนจอง
Slider
แม่ฮ่องสอน
เที่ยวทั่วไทย

แบกเป้เที่ยว แม่ฮ่องสอน หน้าหนาว กับ Canon EOS RP

13 พฤศจิกายน 2019 (ยอดชม 1,320 views )

แบกเป้เที่ยว แม่ฮ่องสอน ทำได้จริงไหม? เป็นความท้าทายของลุง หลังจากได้เที่ยวแบบโรดทริปในฤดูฝนไปแล้ว ก็ได้หาข้อมูลรัวๆ เพื่อ . . . เดินทางกลับไปเช็คอินรับลมหนาวก่อนใคร อีกครั้ง

ทริปนี้ . . . เดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะเป็นหลัก เช็คอินที่เที่ยวดังๆของจังหวัดแม่ฮ่องสอน นอนปางอุ๋ง ,บ้านรักไทย ,เมืองแม่ฮ่องสอน ,บ้านจ่าโบ่ และก็ทุ่งบัวตองดอยแม่อูคอ ซึ่งกำลังเบ่งบานเป็นสีทองสวยงามในเวลานี้ . . .

เที่ยว แม่ฮ่องสอน ครั้งนี้ . . . เป็นทริปรับลมหนาวแรก . . . ของลุง และได้เพื่อนร่วมทางตัวเล็กสเปคฟูลเฟรมอย่างกล้อง Canon EOS RP  เก็บภาพความประทับใจตลอดการเดินทาง ด้วยความเล็ก พกพาสะดวก ทำให้ตอบโจทย์การแบกเป้เที่ยว ที่เน้น . . .ความเบาของสัมภาระ และความคล่องตัวในการเดินทาง

 

 

ข้อดีของ Canon EOS RP

สเปคกล้อง มีข้อมูลให้ศึกษาเยอะมากในโซเชียล ลุงจะขอข้ามจุดนี้ไป และจะสรุปข้อดีของกล้อง หลังจากที่ได้ลองพาไปเที่ยว ดังนี้

  • มีขนาดเล็ก พกพาง่าย ตัวกล้องหนักแค่ 485 กรัม
  • เซนเซอร์ขนาดฟูลเฟรม 26 ล้านพิกเซล ถือว่าละเอียดมาก ถ่ายภาพนิ่งเชิงท่องเที่ยวได้ดี นำไฟล์ไปตกแต่งเพิ่มได้สวยๆ
  • โฟกัสเร็ว หายห่วง ระบบ Dual Pixel ช่วยให้ถ่ายภาพวัตถุเคลื่อนไหวได้ดี และแม่นยำ
  • Digic 8 ช่วยให้การโฟกัสในที่แสงน้อยได้ดี
  • เลนส์ติดกล้อง RF 24-105mm f/4L IS USM เลนส์เดียวเที่ยวทั่วไทย คลอบคลุมทั้งระยะไวด์ ไปจนถึงระยะเทเล สะดวก สบาย ไม่ต้องแบกเลนส์ไปเยอะ แถมที่ตัวเลนส์มีปุ่มล็อค ไม่ให้เลนส์ไหลหลังเลิกใช้งาน ที่เลนส์ฮูดก็มีปุ่มล็อคเช่นกันป้องกันเลนส์ฮูดหล่นหาย
  • Eye detection AF  ระบบติดตามดวงตา ทำงานได้ดี ใช้งานโฟกัสต่อเนื่องได้ (servo AF) ถ่ายรูปในขณะที่ตัวแบบเคลื่อนไหว หรือเดิน Eye detection AF ก็สามารถโฟกัสที่ดวงตาได้แม่นยำ
  • ไฟล์ JPEG จากกล้องสีสันสดใส สวยงาม ถ่ายปุ๊บ อัปโซเชียลได้ทันที ไม่ต้องแต่งเพิ่มก็สวย โดยเฉพาะโทนสีเขียว และสกินโทนของบุคคล อันนี้ลุงชอบมาก
  • ไฟล์ C-RAW ( .CR3 ) ทำให้ลดพื้นที่จัดเก็บในเมมโมรี่การ์ดได้ถึง 40%
  • หน้าจอพับได้ ทำให้สะดวกในการถ่ายภาพมุมเสย และมุมกด ที่สำคัญหน้าจอเป็นแบบทัชสกรีน ตั้งค่าได้ทุกสิ่งอย่างบนหน้าจอ แม้กระทั่ง . . . ทัชเพื่อกดชัตเตอร์ ซึ่งสะดวกดี เวลาเซลฟี่ตัวเอง
  • การใช้งานไม่ซับซ้อน ทุกโหมด ทุกฟังก์ชั่น มีคำอธิบาย ไกด์ไลน์บนหน้าจอ
  • เชื่อมต่อกับ App Camera Connect ผ่านสมาร์ทโฟน ช่วยให้การเซลฟี่ ถ่ายรูปตัวเองง่ายขึ้น แค่โหลด App ติดตั้งบนสมาร์ทโฟน ก็สามารถควบคุมการทำงานของกล้องผ่านสมาร์ทโฟนได้อย่างสบาย ที่สำคัญ . . . ถ่ายและส่งได้ทันที ถ่ายปุ๊บ โอนปั๊บ อัปโซเชียลได้แบบเรียลไทม์
  • มี Adapter สำหรับเชื่อมต่อเลนส์ EF  หรือ เลนส์ EF-S  อันนี้ดี เพราะลุงมีเลนส์ EF อยู่พอดี ก็สามารถนำมาใช้ร่วมกับ Canon EOS RP ได้

 

คำแนะนำ

  • ถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 5 ภาพต่อวินาที แต่ถ้าใช้โฟกัสต่อเนื่อง (Servo-AF) จะเหลือ 4 ภาพต่อวินาที ซึ่งค่อนข้างน้อย
  • เลนส์ RF 24-105mm f/4L IS USM ค่อนข้างใหญ่ มีน้ำหนัก ไม่สอดรับกับตัวบอดี้กล้อง
  • แบตเตอรี่ ค่อนข้างหมดเร็ว ควรมีแบตสำรองสักก้อน  

เพื่อนร่วมทาง . . . ใหม่ . . . ของลุง ก็จะประมาณนี้ พามาแนะนำให้รู้จักไว้ ทริปต่อๆไป ตัวนี้แหละจะไปเป็นเพื่อนลุง ช่วยเก็บภาพ เก็บความประทับใจ ตลอดการเดินทางครับ

 

 

การเดินทางสู่แม่ฮ่องสอน

แบกเป้เที่ยว แม่ฮ่องสอน หน้าหนาว ลุงเริ่มทริปที่กรุงเทพฯ สู่เมืองสามหมอก แม่ฮ่องสอน ด้วยสมบัติทัวร์ ซึ่งมีบริการวันละ 2 เที่ยว เที่ยวแรกที่นั่งธรรมดา เที่ยวสองเป็น VIP ราคาต่างกันเกือบจะ 300 บาท ออกจากศูนย์วิภาวดีช่วงหัวค่ำ ไปสว่างที่แม่ฮ่องสอนเช้าวันรุ่งขึ้น สามารถจองออนไลน์ได้สะดวกสบายครับ

 

ป่างอุ๋ง โครงการพระราชดำริปางตอง 2

 

เที่ยวแม่ฮ่องสอน

 

พิกัดเช็คอินแรก . . . ของทริป แบกเป้เที่ยว แม่ฮ่องสอน หน้าหนาว อากาศช่วงเดินทาง เย็นสบาย ไม่ร้อน และไม่ถึงกับหนาว นักท่องเที่ยวน้อย เงียบและสงบมาก ซึ่งต่างจากช่วงไฮอย่างมากมาย

 

การเดินทางไปปางอุ๋ง

จากขนส่งแม่ฮ่องสอน จะมีบริการรถสองแถวเหลืองไปที่ปางอุ๋งวันละ 2 เที่ยว เที่ยวแรก 09:15 น. และเที่ยวสอง 15:30 น. ส่วนขากลับจากปางอุ๋งมีสองเที่ยวเช่นกัน เที่ยวแรก 08:30 น. และเที่ยวสอง 11:00 น. ค่ารถเที่ยวละ 90 บาท ต่อคนครับ

   

ที่พักปางอุ๋ง  

โฮมสเตย์ของชาวบ้าน ตรงทางเข้าปางอุ๋ง มีให้เลือกพักเยอะมาก สามารถวอร์คอินได้สบายๆ ราคาก็เริ่มต้นที่ไม่กี่ร้อยบาท ไปจนถึงหลักพัน ส่วนในปางอุ๋ง มีบริการบ้านพัก เต็นท์นอน และพื้นที่สำหรับกางเต็นท์ของอุทยานฯ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม จองบ้านพัก โทร. 084-365-0776 จองเต็นท์ จองเต็นท์ โทร. 082-191-1746

 

 

ลุง . . . นอนเต็นท์ครับ โทรจองล่วงหน้า เพราะอุทยานฯจำกัดนักท่องเที่ยวค้างคืนต่อวันเพียง 200 คน/วัน เท่านั้น อันนี้สำคัญ ช่วงไฮล์นักท่องเที่ยวจะเยอะครับ ส่วนช่วงที่ลุงเข้าเช็คอิน มีไม่ถึง 20 คนครับ

รถสองแถวเหลือง จะไปส่งเราถึงจุดกางเต็นท์ และจอดให้เช็คอิน ลงทะเบียน เสียค่าธรรมเนียมต่างๆตรงทางเข้าอุทยานฯ

รถรอบแรกถึงปางอุ๋งราวๆ 11:00 น. ก็จะมีเวลาเตรียมการ และชิลกับปางอุ๋งกันยาวๆ ชมนู้น ดูนั่น ถ่ายรูปกันเพลิน ๆครับ

 

 

พระเอก . . . ถือเป็นซิกเนเจอร์ของปางอุ๋งก็ว่าได้ ถ่ายมุมเสย จะได้แลดูตัวใหญ่ๆ สูงๆ ด้วยคุณสมบัติจอพับได้ของ Canon EOS RP ช่วยได้เยอะเลยทีเดียว ไม่ต้องลงไปนอนกลิ้งกับพื้น เหมือนก่อนๆ แล้ว

 

 

 

เจ้าตัวนี้ร้ายครับ . . . ต้องระวังอยู่ให้ห่างๆไว้ ด้วยความเอ็นดู ลุงก็เข้าไปถ่ายรูปใกล้ๆ มันก็เดินมาหา นึกว่าจะเป็นมิตร วิ่งไล่จิก หนีไม่ทันกันเลยทีเดียว โดนสอยไปที่ก้น 2 ที่ เจ็บมากกกกก ที่ F4 ของเลนส์ ถ้าจัดตำแหน่งของแบบดีๆ ก็จะละลายฉากหลังได้เช่นกันครับ

 

 

 

 

เต็นท์นอนของลุง คนเดียว . . . เต็นท์ใหญ่มาก น่าจะนอนได้ราวๆ 4 คนประมาณนั้น ภาพนี้ก็ใช้คุณสมบัติ Auto Lighting Optimizer ของกล้องช่วยครับ เพื่อเก็บภาพรายละเอียดส่วนมืด กับส่วนสว่างไว้ เป็นอีกคุณสมบัติที่ลุงชอบ

 

เดินๆ นั่งๆ นอน ๆ เสพธรรมชาติ ชมความงดงามของปางอุ๋ง จนค่ำ ก็ได้เวลาที่ลุงรอคอย . . . คือมีความตั้งใจมาก . . . อยากถ่ายดาว ถ่ายทางช้างเผือกที่ปางอุ๋ง สักครั้ง . . . แทบถอดใจเมื่อฝนตกช่วงหัวค่ำ แต่ . . . ฟ้าก็เปิดให้ได้ชมดาว ถ่ายช้างเผือกสวยๆ มาเร็ว ไปเร็วครับ แป๊บเดียวฟ้าก็ปิด

 

 

 

การถ่ายทางช้างเผือก Canon EOS RP ก็ทำได้ดีครับ ได้ไฟล์ภาพที่โอเคมาก นำไปแต่งเพิ่มนิดหน่อยก็ได้ช้างเผือกสวยๆ การตั้งค่ากล้องของลุงก็จะประกอบด้วย

  • ใช้ขาตั้งกล้อง + ตั้งเวลาถ่าย 10 วินาที
  • F-Stop ปรับกว้างสุดของเลนส์ คือ F4 ,ปิดกันสั่นที่เลนส์ ,ปรับโฟกัสโหมด เป็นแบบ Manual
  • ISO speed ปรับเป็น 3200
  • Exposure time เป็น 25 วินาที
  • Focal Length เป็น 16mm ระยะกว้างสุดของเลนส์ เพื่อจะได้ดาวแบบอลังๆ อ้อ!! ลืมบอก ลุงลองใช้เลนส์ RF 24-105mm f/4L IS USM ถ่ายแล้วได้ภาพทางช้างเผือกไม่อลัง เลยเปลี่ยนเป็นเลนส์ EF 16-35mm f/4L is usm ที่ติดไปด้วยอีกเลนส์
  • White balance เลือกเป็นแบบ K คือกำหนดค่าอุณหภูมิของสี ตัวเลขที่ใช้คือ 4,000 เน้นโทนน้ำเงินครับ
  • Long Exp. noise reduction / Enable=ON
  • High ISO speed NR เลือกเป็น Standard

คร่าวๆ ก็จะประมาณนี้ ส่วน . . . เวลาถ่าย ก็หมุนวงแหวนโฟกัสที่เลนส์ ให้ดาวชัด โดยใช้การทัชรูปแว่นขยายที่หน้าจอซูม x10 ตรวจสอบความคมชัดของดาว มั่นใจว่าชัดแล้วก็กดปุ๋มชัตเตอร์โลด


 

 

เป็นการถ่ายดาวที่สนุกที่สุดหละ สำหรับลุง เสียดาย มาเร็ว ไปเร็ว กดชัตเตอร์แทบไม่ทัน . . .

มื้อค่ำ . . . มีร้านค้าให้บริการที่จุดกางเต็นท์ มีทั้งอาหารตามสั่ง และหมูกระทะ ลุงจัดหมูกระทะจ้า ชุดละ 300 บาท คนเดียวเน้นๆ อิ่มๆ ก่อนอาบน้ำและเข้านอน ลุ้นไอหมอกเหนือน้ำเยอะๆ เช้าวันรุ่ง

 

 

เช้านี้ . . . ที่ปางอุ๋ง อากาศเย็นสบายดี ไอหมอกมาตามนัดครับ แต่ . . . ไม่เยอะ พอให้ได้ถ่ายรูปเพลินๆ

 

 

ถ่ายไอหมอกอยู่ดีๆ เจ้าหงษ์ขาวตัวนี้ก็ลอยผ่าน ขยับกล้องถ่ายเกือบไม่ทัน
ระบบ Dual Pixel  ของกล้อง ช่วยได้ โฟกัสเจ้าหงษ์ขาวได้เป๊ะครับ

 

 

 

 

 

บ้านรักไทย

 

 

ถ่ายรูปปางอุ๋งจนพอใจแล้ว . . . ก็อาบน้ำ เก็บสัมภาระ รอรถสองแถวเหลืองเที่ยว 11:00 มารับ เดินทางต่อไปบ้านรักไทย จริงๆแล้ว . . . รถสองแถวเหลืองนี้ เขาไม่วิ่งไปบ้านรักไทยนะครับ รับคนที่ปางอุ๋ง ก็ลงไปขนส่งแม่ฮ่องสอนเลย ถ้าเราจะไปบ้านรักไทย ก็บอกคนขับไปส่ง เขาคิดค่ารถคนละ 150 บาทครับ

 

การเดินทางไปบ้านรักไทย

จากขนส่งแม่ฮ่องสอน มีรถสองแถวเหลืองวิ่งไปบ้านรักไทย วันละ 2 เที่ยว เหมือนปางอุ๋ง เที่ยวแรก 12:00 น. และเที่ยวสอง 15:00 น. ขากลับมี 2 เที่ยวเช่นกันคือ 06:00 น. และ 08:00 น. สำหรับใครที่พักปางอุ๋ง แล้วจะไปต่อบ้านรักไทย ก็ให้รถปางอุ๋งไปส่งที่บ้านรักไทยได้ ส่วนใครที่เที่ยวบ้านรักไทย อยากจะไปต่อปางอุ๋ง รถเหลืองไม่ไปส่งนะครับ เพราะทางมันจะย้อนค่อนข้างเยอะ

 

ที่พักบ้านรักไทย

ที่ขึ้นชื่อก็ ลีไวน์รักไทย ลูกค้าค่อนข้างแน่น บ้านไม่ค่อยว่าง ลุงพยายามจองหลายครั้ง ก็ไม่เคยได้ ครั้งนี้ . . . เลยไม่จอง ไปแบบวอร์คอิน ที่ไหนก็ได้ สักที่หนึ่งในบ้านรักไทย ซึ่งจริงๆ แล้วที่พักรอบๆอ่างเก็บน้ำมีเยอะมาก ราคาเริ่มต้นหลักร้อย เลือกได้ตามชอบครับ

ลุงพัก. . .ชาสารักไทยรีสอร์ท ติดกับลีไวน์รักไทย เป็นบ้านจีนยูนนาน ตกแต่งอารมณ์เมืองจีนประมาณนั้น ราคาห้องเริ่มต้นอยู่ที่ 1,500 บาท ถือว่าแรงเฟอร์สำหรับลุง แต่ . . .ก็พักจ้าาาา . . .

เช็คอินเข้าห้อง จากนั้นก็เดินรอบอ่างเก็บน้ำ สำรวจพื้นที่ เสพธรรมชาติ สัมผัสความเป็นจีนยูนนานของบ้านรักไทย บรรยากาศช่วงกลางวัน ก็จะร้อนๆ หน่อยครับ

 

   

 

 

 

 

 

โทนสีเขียวจากกล้อง Canon เป็นอีกอย่างที่ลุงชอบ เหมาะกับการท่องเที่ยวของลุง ที่เน้นถ่ายวิวทิวทัศน์เป็นหลัก เช่น ภูเขา ต้นไม้ ใบหญ้า และทุ่งนา เป็นต้น

ช่วงเย็น กลางคืน และเช้าๆวันใหม่ อากาศที่บ้านรักไทยเย็นสบาย ไม่หนาว ครับ

 


 

แฉกไฟจากเลนส์ติดกล้อง คือสวย และคม อันนี้ลุงก็ชอบครับ

 

ตกเย็น . . . ตั้งใจไว้ อยากถ่ายช้างกลางไร่ชาที่ลีไวน์รักไทย แต่ . . . ก็ต้องเศร้าใจ ฝันสลาย หมดสิทธิ์ เพราะลีไวน์รักไทย ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าหลังจากเวลา 17:00 น. จะเข้าไปได้อีกทีคือหลัง 10:00 น. วันถัดไปจ้า ลุงพลาดอย่างแรง . . . แต่ก็ไม่เป็นไร ถ่ายจากชาสารักไทยก็ได้ . . .

แสงไฟจากตัวบ้านในไร่ชาค่อนข้างจ้า ทำให้การถ่ายช้างเผือกยากกว่าที่คิด ภาพที่ได้ก็จะประมาณนี้ครับ

 


 

 

 

อย่างที่บอกอะครับ . . . อากาศเย็นสบาย ไม่หนาว โอกาสลุ้นไอหมอกเหนือผิวน้ำในอ่างเก็บน้ำก็มีน้อย อากาศต้องเย็นจัดๆ หนาวมากๆ ไอหมอกถึงจะมา รู้ทั้งรู้ . . . ลุงก็ยังแอบลุ้นอยู่ดี ตื่นเช้าตรู่ เดินสำรวจ ก็อย่างที่คิดไว้ คือไม่มีไอหมอกครับ

 

 

 

 

 

 

 

ถ่ายรูปบรรยากาศเช้าๆ ที่ชาสารักไทยรีสอร์ทแล้ว ก็เดินลงไปสำรวจรอบๆอ่างเก็บน้ำข้างล่าง เดินชิมชา นั่งชิลคาเฟ่ของลีไวน์รักไทย สัมผัสไอเย็นจากอ่างเก็บน้ำ รับความอบอุ่นจากแสงแดดยามเช้า และเดินถ่ายรูปต่อครับ

 

 

 

 

 

ได้รูปเป็นที่พอใจแล้ว . . . ก็กลับที่พัก กินมื้อเช้า และอาบน้ำเช็คเอาท์ออกจากที่พัก ก้มดูเวลาที่หน้าจอโทรศัพท์ นี่มันจะ 10:00 น. แล้ว ลืมไปว่ารถรอบที่สองออก 08:00 น. เอาไงดี? โบกรถลงดีไหม? อายจุง 55555++ เดินเข้าไปนั่งคิดในร้าน Coffee Ban Din เจ้าของร้านเข้ามาทักทาย คุยดีมาก อันนี้ชอบ สอบถามเรื่องรถก็ได้คำตอบว่า ช่วงนี้ . . .รถลงไปขนส่งแม่ฮ่องสอนมีเพิ่มอีก 1 รอบ คือ 14:00 น. เป็นรถที่จะลงไปรับนักเรียนในเมืองกลับบ้านรักไทย เย้!! . . . ลุงรอดหละ ก็นั่งแช่ยาวๆ รอรถที่ Coffee Ban Din เลยจ้า

 

 

 

แม่ฮ่องสอน เมืองสามหมอก

 

 

พิกัดนี้ . . .เป็นความบังเอิญ . . . ของลุง จริงๆหลังจากลงจากบ้านรักไทย ควรไปต่อที่บ้านจ่าโบ่ ไม่รู้ . . . เกิดอะไรขึ้นกับลุง อยู่ๆ ก็เกิดอาการเมาโค้ง มึนๆ จะอ๊วกตลอดเวลา ถ้าไปต่อคงไม่รอดแน่ๆ เลยขอพักร่างแย่ๆในเมืองสักคืนก่อนหละกัน ให้พี่วินพาไปหาที่พักถูกๆ เขาก็พาไปริมหนองจองคำ ได้ที่พักเป็นบ้านไม้สองชั้น ค่าห้อง 250 บาทต่อคืน เป็นห้องพัดลม ห้องน้ำในตัว สภาพก็ตามราคา จะเอาไรมาก เก็บตังไว้กินไว้เที่ยวที่อื่น 55555++

เผลอหลับไปงีบหนึ่ง . . . ตื่นมา . . .อาบน้ำเดินขึ้นพระธาตุดอยกองมู วัดกำลังขาตัวเอง ผลคือกว่าจะถึง หอบจ้าาาาา พักแล้วพักอีก ไม่อึดพอ อย่าลองบอกก่อน . . .

ถึงยอดดอย ทันชมดวงอาทิตย์ตกที่ Before Sunset Coffee พอดี ถือว่าเป็นโชคดีของลุง

 

 

 

 

 

 

จอพับได้ อะไรๆ ก็ง่ายขึ้น ยิ่งได้เลนส์กว้างๆติดกล้องแล้วด้วย ช่วยให้เซลฟี่ตัวเองสะดวกมาก ภาพนี้ลุงตั้ง 2 วิ จิ้มโฟกัสที่หน้า แล้วก็จิ้มกดชัตเตอร์ที่หน้าจอ . . .แชะ

ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไป ก็เดินไปถ่ายองค์พระธาตุดอยกองมูช่วงทไวไลท์ต่อ รีบกดๆ รัวๆ และก็เดินลงดอย กลัวดึก เพราะถนนค่อนข้างมืดและน่ากลัวจ้า

 

 

 

ใกล้ถึงหนองจองคำ โชคดีสองชั้น . . . มีถนนคนเดินด้วย เปิดให้บริการทุกวัน อย่างที่ Live ให้ชมที่เพจ ไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ชมเด้อ!!! Live เสร็จก็นั่งกินยาวๆ จนถนนคนเดินปิดงี้ 555555+++

 

บ้านจ่าโบ่

 

 

เช้าววันใหม่ . . . ก็ตื่นสายได้ ถ้า . . . ตื่นเช้าก็เดินไปใส่บาตร ชมวัดจองคำ วัดจองกลาง วัดสำคัญเมืองแม่ฮ่องสอน มีความสวยงาม และโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมไทยใหญ่

จากที่พัก ไปขนส่ง . . . ระยะทางไกลพอสมควร ค่าวินอยู่ที่ 80 บาท ลุงเลือกที่จะเดินจ้า เดินเรื่อยๆ ดูนั่น ดูนี่เพลินๆ

 

การเดินทางไปบ้านจ่าโบ่

จากขนส่งแม่ฮ่องสอน มีรถสองแถวเหลือง วิ่งไปยังอำเภอปายวันละ 2 เที่ยว ผ่านปากทางเข้าบ้านจ่าโบ่ ก่อนถึงอำเภอปาย เที่ยวแรกรถออก 07:00 น. และเที่ยวสองรถออก 11:00 น. ขากลับ มีสองเที่ยวเช่นกัน เวลาเดียวกันด้วยกับขาไป ค่ารถคิดเต็มคนละ 100 บาท ต่อเที่ยว นอกจากนี้ . . . ยังมีรถตู้เปรมประชาบริการจากขนส่งแม่ฮ่องสอน-ปาย-เชียงใหม่ วิ่งทุกๆชั่วโมง สามารถจองตั๋วไปลงที่ปากทางบ้านจ่าโบ่ได้ ค่ารถเท่ารถเหลืองคือ 100 บาท

ปากทางบ้านจ่าโบ่ เข้าไปบ้านจ่าโบ่ ระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร จะเดิน โบกรถ หรือให้ที่พักที่จองไว้เอามอเตอร์ไซค์มารับก็ได้ เขาคิด 50 บาทต่อเที่ยว

ลุงเลือกเดิน . . . เดินได้หน่อยเดียว ก็มีผู้ใหญ่ใจดี ให้ติดรถไปด้วย ฟรี!! ก็ขอบคุณงามๆ กันไปจ้า

 

ที่พักบ้านจ่าโบ่

ลักษณะเป็นโฮมสเตย์ บางที่ . . .พักร่วมกับเจ้าบ้าน แยกห้องนอน บางที่ . . .มีบ้านเป็นหลังให้พักแยก ราคาเริ่มต้นอยู่ที่คนละ 300 บาท ต่อคืน ถ้าจะเอาอาหารด้วยคิดเพิ่มมื้อละ 100 บาทต่อคน

ลุงพักบ้านคุณสรศักดิ์ ที่เคยเข้าพักครั้งก่อน ใกล้ร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขา และจุดชมวิวภูผาหมอก ลักษณะเป็นบ้านไม้ไผ่หลังเล็กๆ แยกจากเจ้าบ้าน รองรับสมาชิกเข้าพักได้ 4 คน มีห้องน้ำในตัว และก็ระเบียงห้องให้นั่งชิล ที่สำคัญเจ้าบ้านใจดี เป็นกันเองมาก เบอร์ติดต่อ
โทร. 065-275-5641

 

 

   

 

ช่วงกลางวันก็ไม่มีอะไรมากครับ . . . กินก๋วยเตี๋ยวห้อยขา สิ่งห้ามพลาด จากนั่นก็นั่งร้านกาแฟยาวๆ พอตกเย็นก็จัดหมูกระทะอีกรอบ บริการเสิร์ฟถึงที่พักกันเลยที่เดียว แต่ราคาแอบแรง ชุดเล็ก 399 บาทจ้า

 

 

 

 

ตกดึก อุณหภูมิลด อากาศเย็นมว๊ากกกก ห่มผ้า 2 ผืนก็ไม่อุ่น รุ่งเช้าเจ้าบ้านนัด 06:00 น. พาลุงไปขึ้นชมวิวสวยๆ ที่ภูผาหมอก ไฮไลท์สำคัญของบ้านจ่าโบ่ จ่ายค่านำทางเพิ่ม 100 บาทครับ

ภูผาหมอก จะต้องปีนเขาขึ้นไป เป็นระยะทางสั้นๆ แต่ก็ค่อนข้างชัน ทางเดินจะเป็นหินแหลมคม แนะนำให้ใส่รองเท้าหุ้มส้น เกิบคีม รองเท้าแตะ ไม่แนะนำ เดี๋ยวโดนหินบาด อาจได้เลือดครับ

เช้าวันนี้ . . . ที่บ้านจ่าโบ่ โชคเข้าข้างลุง มีหมอกขาวๆ ฟูๆ สวยๆ ให้ชม ถึงจะไม่เยอะมาก แต่ก็ยังดีกว่าไม่มี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ลงจากภูผาหมอก ก็แวะเก็บภาพบรรยากาศร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขาต่อ ครึกครึ้นแต่เช้าเลย เพราะเป็นวันเสาร์ วันหยุด ร้านเปิดวันพุธ – วันจันทร์ ตั้งแต่เวลา 07:30 น. -16:00 น. และปิดทุกวันอังคารครับ

 

 

 

 

 

 

ออกจากร้านก๋วยเตี๋ยวก็ต่อด้วยร้านกาแฟ Dekdoi Coffee ร้านกาแฟสุดคลาสสิก เป็นบ้านไม้ธรรมดาๆ ตกแต่งได้น่ารักโคตร ที่สำคัญ เงียบ สงบ ไม่วุ่นวาย เหมือนที่ร้านก๋วยเตี๋ยวจ้า ลุงชอบมาก วันก่อนตอนมาถึง ก็มานั่งแช่อยู่ที่นี่จนค่ำ เช้านี้ก็เลยมาต่ออีกสักหน่อย เก็บภาพบรรยกาศทะเลหมอกเพิ่ม

 

 

 

 

การถ่ายรูปตัวเอง ง่ายขึ้นไปอีก ถ้ามีขาตั้งกล้อง สมาร์ทโฟน และ App Camera Connect  ทำการเชื่อมต่อกล้องและสมาร์ทโฟน ผ่าน WiFi จากนั้นเปิด App Camera Connect  เพียงเท่านี้ เราก็จะควบคุมการทำงานของกล้องผ่าน App ได้สบายๆ สามารถตั้งค่าได้ทุกสิ่งอย่างเหมือนกล้องจ้า

 

 

 

ลุงก็แค่ตั้ง 2 วินาที จิ้มเลือกจุดโฟกัส จากนั้นก็กดปุ่มชัตเตอร์ที่ App รีบซ่อนสมาร์ทโฟน และโพสต์ท่าสวยตามใจชอบ ง่ายๆ สบายๆ แบบนี้แหละ ไม่ต้องตั้ง 10 วินาที กดชัตเตอร์ที่กล้อง แล้วรับวิ่งไปโพสต์ท่าเหมือนแต่ก่อนแล้วจ้า

ข้อดีของ Camera Connect อีกอย่างคือ สามารถสั่งถ่ายรูป แล้วส่งภาพให้กับสมาร์ทโฟนได้ทันที แบบเรียลไทม์ ถ่ายปุ๊บ ส่งปั๊บ อัปโซเชียลอวดโลก รวดเร็วทันใจมาก

 

 

 

 

ถ่ายรูปเก็บบรรยากาศเพลินๆ จนพอใจ ก็ได้เวลาบ๊ายบายบ้านจ่าโบ่ ให้เจ้าของที่พักขับมอเตอร์ไซค์มาส่งปากทาง เพลินเกินไปหน่อย รถเหลืองเข้าแม่ฮ่องสอนหมดรอบจ้า แต่ก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไร เพราะยังมีรถตู้เปรมประชาวิ่งผ่านทุกๆ 1 ชั่วโมง ซึ่งสะดวกมาก

 

ทุ่งบัวตองดอยแม่อูคอ

 

 

มีความพลาดซ้ำซ้อนคือ ถึงขนส่งแม่ฮ่องสอนไม่ทันรถสองแถวเหลืองรอบสุดท้ายไปขุนยวมจ้า สอบถามพี่วิน พี่วินบอกหมดแล้ว . . . ต้องรอพรุ่งนี้ หรือไม่ก็ให้พี่วิ่นไปส่ง พี่แกคิด 500 บาท ลุงไม่เอา ไม่โอเค เลยเดินไปสอบถามเจ้าหน้าที่ขนส่ง เจ้าหน้าขนส่งให้คำตอบว่า . . . มีรถตู้เปรมประชา วิ่งแม่ฮ่องสอน – แม่สะเรียง – เชียงใหม่ ผ่านขุนยวม ออกทุกๆชั่วโมง รอดแล้ว . . .ลุง อีพี่วิน มึงหลอกกู 5555++

 

การเดินทางไปทุ่งบัวตองดอยแม่อูคอ

มีรถสองแถวเหลืองวิ่งจากแม่ฮ่องสอน ไปขุนยวม ลุงลืม . . . ถามจำนวนเที่ยว และเวลาที่ชัวร์ แต่ . . . จะหมดเที่ยวสุดท้ายก่อนเที่ยง นอกจากนี้ยังมีรถตู้เปรมประชา วิ่งแม่ฮ่องสอน – แม่สะเรียง-เชียงใหม่ ผ่านขุนยวม รถออกทุกๆชั่วโมง ค่ารถ 100 บาท ลงที่ขุนยวมตรงทางแยกไปดอยแม่อูคอ

จากขุนยวม ไปดอยแม่อูคอ จุดนี้ไม่มีรถประจำทาง ระยะทางกว่า 40 กิโลเมตร มีทางเลือก 2 ทางคือโบกรถ ซึ่งค่อนข้างจะลำบาก กว่าจะมีรถผ่าน และอีกทางคือเหมารถไปส่ง ค่ารถเหมา 800 บาทต่อเที่ยว ไป/กลับ 1,600 บาท เบอร์รถเหมาอยู่ที่ป้อมยามตรงทางแยก

ลุงใช้บริการรถเหมา โดยใช้บริการรถ จากที่พักสวนดอยแม่อูคอ เพราะลุงจองที่พักกับที่นี่ไว้ ตอนจอง ก็ให้ทางที่พักติดต่อรถไว้ให้ พอเราไปถึง ก็โทรให้รถมารับ

 

ที่พักดอยแม่อูคอ

เดิมที่มีแค่ สวนดอยแม่อูคอ แห่งเดียว . . . และลุงก็จองพักกับที่นี่ หลังจากไปมาแล้วพบว่ามีที่พักเปิดใหม่เพิ่มขึ้นหลายที่ ที่ใกล้ทุ่งบัวตองสุดจะเป็น ภูดอยแม่อูคอ เปิดให้บริการบ้านเอเฟรมปีนี้ปีแรก ห่างจากทุ่งบัวตองเพียง 500 เมตร สามารถเดินไปชมทุ่งบัวตองได้สบายๆ เบอร์ติดต่อ โทร .061-312-7270 ,093-142-4205 และใกล้ๆ สวนดอยแม่อูคอ ติดตลาดม้ง ก็จะมีอีกหนึ่งเจ้า เป็นเต็นท์กระโจมขาว ไม่มีเบอร์ ไม่รู้ชื่อ เดี๋ยวไปรอบหน้าจะเอามาฝากครับ

สวนดอยแม่อูคอ บริการบ้านเอเฟรมพักได้ 2 คนต่อหลัง ราคาเริ่มต้นที่ 800 บาท รวมอาหารเช้า และบ้านหลังใหญ่พักได้ 8 ท่าน แบ่งเป็น 2 ห้องนอน ราคาเริ่มต้นที่ 3,000 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 085-867-4464 แฟนเพจ สวนดอยแม่อูคอ ที่พักทุ่งดอกบัวตอง

บรรยากาศบนดอยแม่อูคอคือดีมาก ได้ความหนาวเย็น พอไปถึง ลุงก็ไปเฝ้าที่ทุ่งบัวตอง รอแสงเย็น เสียดาย . . . ฟ้าปิด อดได้แสงเย็นสวยๆ จ้า

ทุ่งบัวตองบาน 40% ณ วันที่ 3 พฤศจิกายน วันที่ลุงเช็คอิน กำลังสวยเลยทีเดียว เพราะไม่มีดอกเหี่ยวๆ มีเพียงดอกบาน แย้ม และตูม

 

 

 

 

 

 

แสงไม่มี ภาพที่ได้เลยไม่เหลืองทองเท่าไหร่ ถ่ายจนพอใจก็กลับ กลางคืนที่ดอยแม่อูคอหนาวและเย็นมาก ใครจะไปอย่าลืมเตรียมเสื้อหนาวไปเยอะๆ นะครับ

เช้าวันรุ่ง . . .รีบตื่นไปประจำการที่ทุ่งบัวตองก่อนใคร และมีโอกาสได้เดินไปเห็นที่พักเปิดใหม่อย่าง ภูดอยแม่อูคอ เลยเข้าไปเก็บภาพมาฝากครับ วิวดีมาก สามารถชมทะเลหมอกสวยๆได้จากระเบียงที่พักเลย

 

 

 

 

 

จากนั้น . . . ก็เดินวกกลับมาทุ่งบัวตองอีกครั้ง แดดออกพอดี ได้บรรยากาศทองๆ สวยๆ มาฝากด้วยครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

กล้อง Canon ขึ้นชื่อเรื่องสกินโทน ถ่ายภาพบุคคุลสวย เพราะฉะนั้นไว้ใจได้เวลาถ่ายสาวๆ และ Canon EOS RP มีระบบ Eye detection AF  ติดตามดวงตา ช่วยให้การโฟกัสที่ตาแบบ ได้เร็วและแม่นยำ

 

 

เพิ่มความง่ายให้กับการถ่ายภาพบุคคลขึ้นไปอีกด้วยการ . . . หมุนวงแหวนปรับโหมดบนตัวกล้องไปที่โหมด SCN และทัชหน้าจอเลือกรูปคน ( Portrait ) จากนั้นก็กดชัตเตอร์ถ่ายได้เลย ง่ายๆ แค่นี้แหละครับ

 

 

 

 

 

สังเกตการละลายฉากหลังของเลนส์ติดกล้อง RF 24-105mm f/4L IS USM ที่ F-Stop 4 ถือว่าโอเคเลยครับ ได้โบเก้ด้วย

 

 

ลุงถ่ายรูปทุ่งบัวตองมาเยอะมาก ถ่ายวน ๆ ซ้ำๆ เพราะชอบที่นี่มาก ปีละครั้ง ต้องจัดเยอะๆ ใช้โพสต์ได้เป็นปีๆ เลยหละ 555555+++

เต็มอิ่มกับทุ่งบัวตอง ก็กลับที่พัก และเหมารถกลับขุนยวม รอรถสมบัติทัวร์ที่ขุนยวมรอบดึก และกลับถึงกรุงเทพฯ เช้าอีกวัน เป็นอันจบทริป “แบกเป้เที่ยว แม่ฮ่องสอน หน้าหนาว กับ Canon EOS RP”

 

บทสรุป

  • การแบกเป้เที่ยวแม่ฮ่องสอน ปางอุ๋ง บ้านรักไทย บ้านจ่าโบ่ และทุ่งบัวตองดอยแม่อูคอ เป็นเรื่องที่ท้าทาย และ . . .ทำได้จริง
  • Canon EOS RP เพื่อนเดินทาง . . .ใหม่ของลุง ตอบโจทย์การเดินทางท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี เล็ก เบา คล่องตัว และได้ไฟล์ภาพคุณภาพระดับฟูลเฟรม สามารถนำไปปรับแต่งเพิ่มเติมได้ให้รายละเอียดครบ
  • เลนส์ติดกล้อง RF 24-105mm f/4L IS USM แม้จะดูใหญ่ๆ และมีน้ำหนัก กลับให้ความสะดวกสบาย คลอบคลุมการใช้งานท่องเที่ยว เหมาะที่จะเป็นเลนส์เดียวเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ได้ทั้งระยะไวด์และระยะเทเลในเลนส์ตัวเดียว แถมที่ F-stop กว้างสุด คือ F4 สามารถใช้ถ่ายดาวได้ ละลายฉากหลังได้ ให้โบเก้ด้วย

 

ขอบคุณที่ติดตามครับ

“ตากล้อง ท่องเที่ยว”

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

TAGS
RELATED POSTS
AGODA